สมุนไพรไทย
วันพุธ, กุมภาพันธ์ 11th, 2009 | Author: phassakorn
สมุนไพรไทย
คนไทยเราเมื่อสมัยก่อนมีการเรียนรู้การใช้สมุนไพรรักษาโรคต่าง ๆ ในหมู่บ้านกันสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน และถือว่าเป้นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษสั่งสม เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาความรู้และนำไปใช้ประโยชน์
สมุนไพรไทยก็มีอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน วันนี้เราจะหยิบยกมาให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันสักอย่างสองอย่าง นะคะ ถ้าอยากรู้จักกันแล้วก็ไปรู้จักกับสนุนไพรไทย กันเลยคะ
กล้วยน้ำว้า

ขอบคุณภาพประกอบจาก : th.wikipedia.org
กล้วยเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป กล้วยเป็นผลไม้ที่ใช้รับประทานในวันหนึ่ง ๆ มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ สามารถใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วนของลำต้น ใบ ผล ปลี ที่ใช้รับประทาน และทำประโยชน์อย่างอื่น ๆ แม้ว่าในปัจจุบันเราจะใช้ยาแผนปัจจุบันก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะทุเลาอาการหรือโรคได้ เท่ากับเรากินยาสมุนไพรที่ได้จากสมุนไพรตามบ้าน ๆ ของเราที่สามารถแก้โรคได้ตามวิถีชาวบ้านที่ได้สืบทอดจากบรรพบุรุษ หลายชั่วอายุคนกับเรา กล้วยน้ำว้า ใช้ทำยาได้ทั้งดิบ และสุก มีประโยชน์มากมายมหาศาล อย่างเช่น กล้วยดิบมีสารฝาดสมาน (Astringent) จึงช่วยในการสมานรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ เป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังชวยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรค และอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะ ลำไส้ โดยกินครั้งละครึ่งผลหรือ 1 ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง และยังช่วยรักษาโรคกระเพาะ ได้อีกด้วย
กร ะชาย

ขอบคุณภาพประกอบจาก : samounpithai.th.gs
กระชาย ตามตำราถือว่ากระชายเป็นยาอายุวัฒนะชั้นหนึ่ง เป็นยาเจริญอาหาร และบำรุงธาตุ ทำให้โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น ผิวพรรณผุดผ่อง สดใส ชะลอความแก่ แก้ใจสั่น แก้วิงเวียน แน่นหน้าอก แก้แผลในปาก แก้ฝีอักเสบ แก้กลากเกลื้อน กระชายมีรสเผ็ดร้อน สารสำคัญในรากและเหง้ากระชายมีฤทธิ์ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
วิธีใช้เพื่อเป็นยา / ประโยชน์อื่น
1. แก้บิด ท้องร่วง ท้องเสีย นำรากกระชายย่างไฟให้สุก ตำให้ละเอียดผสมน้ำปูนใสในอัตราส่วน กระชายแก่ 4 หัว ต่อน้ำปูนใส 5 ช้อนแกง คนให้เข้ากันดีแล้วคั้นเอาแต่น้ำดื่มครั้งละ 3-5 ช้อนแกง ทุกครั้งที่ถ่าย เมื่ออาการดีขึ้นให้กินวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น เมื่อหายแล้วกินต่ออีก 1-2 วัน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
2. รักษาโรคริดสีดวงทวาร ต้มกระชายพร้อมมะขามเปียก เติมเกลือแกงเล็กน้อย รับประทานก่อนนอนทุกวัน
3. ช่วยบำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ ตำรากกระชาย 1 กำมือให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำผึ้งในอัตราส่วนที่เท่ากัน รับประทานก่อนอาหารเย็น 1 ชั่วโมง ครั้งละประมาณ 1 ถ้วยชา
4. ช่วยบำรุงหัวใจ กระตุ้นให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ นำรากกระชายแก่ ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ตากแดดให้แห้ง บดให้เป็นผงเก็บไว้ละลายกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการเป็นลม
5. ไล่แมลง ใช้รากกระชาย ตะไคร้ หอมแดง ข่า ใบสะเดาแก่ ตำผสมกัน ผสมน้ำฉีดในบริเวณที่มีแมลงรบกวน
โอ๊โหว…ประโยชน์มากมายจริงๆ เลยนะคะ อย่างนี้เพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่เคยกินกระชาย หรือไม่ชอบกระชาย ก็ลองหันมากินกันหน่อยก็ไม่เสียหายนะคะ
มะระขี้นก

ขอบคุณภาพประกอบจาก : school.obec.go.th
มะระขี้นกเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีรสขม ในตำรายาไทย บันทึกว่า มะระเป็นยาเจริญอาหาร ระบาย แก้โรคลมเข้าข้อ หัวเข่าบวม เป็นยาบำรุงน้ำดี แก้โรคของม้าม โรคตับ เป็นยาขับพยาธิในท้อง มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ
ส่วนน้ำต้มของใบมะระ มีสรรพคุณระบายอ่อนๆ น้ำต้มของผลมะระ สรรพคุณแก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุย บำรุงระดู ในต่างประเทศ มีการใช้มะระเป็นยาเช่นกัน ในประเทศฟิลิปปินส์ โปโตริโก และศรีลังกา มีการใช้มะระรักษาโรคเบาหวาน
แพทย์จีนเชื่อว่า
• มะระมีพลังของความเย็น
• สรรพคุณขับพิษ
• ผลมะระช่วยฟอกเลือด
• บำรุงตับ
• มีผลดีต่อสายตา และผิวหนัง
แม่บ้านชาวจีน มักจะปรุงอาหารด้วยมะระ ให้คนในครอบครัวรับประทาน ยามเป็นสิวที่ใบหน้า และร่างกาย
ยังมีสมุนไพรไทยอีกหลายชนิด ที่ให้ประโยชน์กับร่างกายของเราอย่างมาก ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่ายังมีอะไรอีก ก็ติดตามกันต่อไปนะคะ รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้รับรู้ความรู้ และประโยชน์อีกมากมายกับสมุนไพรเลยค่ะ
ขอบคุณภาพข้อมูลจาก : th.wikipedia.org ,learners.in.th ,siamsouth.com ,pantown.com
Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment







