<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมุนไพร</title>
	<atom:link href="http://herb.kapook.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://herb.kapook.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Jun 2009 09:36:36 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สมุนไพรเพื่อความงาม</title>
		<link>http://herb.kapook.com/beauty-herb/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/beauty-herb/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2009 09:35:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อความงามของผิวกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อความงามบนใบหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อความงามสำหรับเส้นผม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=168</guid>
		<description><![CDATA[
ความงาม เป็นของคู่มนุษย์มายาวนาน โดยเฉพาะ ความงาม กับผู้หญิง เป็นสิ่งที่คู่กันจนแทบจะแยกไม่ออก จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความงาม เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต แต่ถ้าเราจะมองกันไปแล้ว “ความงาม” นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวของเรามีสุขภาพจิตและสุขภาพกายดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน โดยปกติสุขภาพจะดีมาก-น้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม การรับประทานอาหาร และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข เมื่อร่างกายกินได้ ถ่ายคล่อง ผิวพรรณดี และสุขภาพแจ่มใส “ความงาม” ก็จะบังเกิดขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย
 

 
สำหรับการดูแลความงามนั้น ในปัจจุบันก็มีทั้งผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ เครื่องสำอางค์ สารเคมี เทคโนโลยีสมัยใหม่ เลเซอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งเป็นของใกล้ตัวเรา และเราสามารถหาได้ง่าย และไม่มีอันตรายต่อร่างกายของเราแน่นอน นั้นก็คือ &#8220;สมุนไพร&#8221; 
สำหรับ Entry นี้ เรามาดูกันเลยนะคะ ว่ามีสมุนไพรตัวไหนบ้าง ที่สามารถนำมาใช้เพื่อดูแลความงามบนร่างกายของเราได้บ้าง
สมุนไพรเพื่อความงาม บนใบหน้า ก็อย่างเช่น ว่านหางจระเข้ งา แตงกวา มะเขือเทศ ขมิ้นชัน น้ำผึ้ง มะขามเปียก ฯลฯ
สมุนไพรเพื่อความงาม ของผิวกาย เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0066;"><strong><br />
ความงาม</strong></span> เป็นของคู่มนุษย์มายาวนาน โดยเฉพาะ ความงาม กับผู้หญิง เป็นสิ่งที่คู่กันจนแทบจะแยกไม่ออก จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความงาม เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต แต่ถ้าเราจะมองกันไปแล้ว <span style="color: #ff0066;">“<strong>ความงาม</strong>”</span> นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวของเรามีสุขภาพจิตและสุขภาพกายดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน โดยปกติสุขภาพจะดีมาก-น้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม การรับประทานอาหาร และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข เมื่อร่างกายกินได้ ถ่ายคล่อง ผิวพรรณดี และสุขภาพแจ่มใส “ความงาม” ก็จะบังเกิดขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย</p>
<p> </p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-169" title="สมุนไพรเพื่อความงาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เว็บไซต์ : pongppk.ac.th" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/18333_002pongppkacthspakwaumngamhtm.jpg" alt="สมุนไพรเพื่อความงาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เว็บไซต์ : pongppk.ac.th" width="281" height="358" /></p>
<p> </p>
<p>สำหรับการดูแลความงามนั้น ในปัจจุบันก็มีทั้งผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ เครื่องสำอางค์ สารเคมี เทคโนโลยีสมัยใหม่ เลเซอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งเป็นของใกล้ตัวเรา และเราสามารถหาได้ง่าย และไม่มีอันตรายต่อร่างกายของเราแน่นอน นั้นก็คือ <span style="color: #00cc00;">&#8220;<strong>สมุนไพร</strong>&#8221; </span></p>
<p>สำหรับ Entry นี้ เรามาดูกันเลยนะคะ ว่ามีสมุนไพรตัวไหนบ้าง ที่สามารถนำมาใช้เพื่อดูแลความงามบนร่างกายของเราได้บ้าง</p>
<p><span style="color: #ff0066;"><strong>สมุนไพรเพื่อความงาม</strong></span> บนใบหน้า ก็อย่างเช่น ว่านหางจระเข้ งา แตงกวา มะเขือเทศ ขมิ้นชัน น้ำผึ้ง มะขามเปียก ฯลฯ<br />
<span style="color: #ff0066;"><strong>สมุนไพรเพื่อความงาม</strong></span> ของผิวกาย เช่น มะนาว ขมิ้นสด สับปะรด กล้วยหอมสุก ฯลฯ<br />
<span style="color: #ff0066;"><strong>สมุนไพรเพื่อความงาม</strong></span> สำหรับเส้นผม เช่น น้ำตะไคร้ กระเทียม เปลือกส้มเขียวหวาน ขิง มะกรูด ว่านหางจระเข้ มะละกอสุก น้ำมะนาว ฯลฯ<br />
<span style="color: #ff0066;"><strong>สมุนไพรเพื่อความงาม</strong></span> ของเท้า เช่น ไพล น้ำหอมระเหยบางชนิด</p>
<p>ยังมีรายละเอียดและสมุนไพรเพื่อความงาม ที่จะแนะนำให้เพื่อนๆ รู้อีกมากมาย ยังไงติดตามกับเราใน Entry ต่อไปนะคะ&#8230;.สำหรับฉบับนี้ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ&#8230;.</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : samunpri.com ,panyathai.or.th ,halalthailand.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/beauty-herb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะละกอ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/papaya-herb/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/papaya-herb/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2009 07:20:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[papaya]]></category>
		<category><![CDATA[Pawpaw]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะละกอ]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกอ]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกอดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกอสุก]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=162</guid>
		<description><![CDATA[มะละกอ (Papaya, Pawpaw, Tree Melon)
 

ชื่อวิทยาศาสตร์ Carica papaya L.
วงศ์ CARICAEAE
          มะละกอ เดิมเป็นผลไม้พื้นเมืองของทวีปอเมริกา แต่ที่เข้ามาออกลูกออกหลานขยายพันธุ์อยู่เต็มบ้านของเราได้ เพราะชาวยุโรปได้นำมาแพร่พันธุ์จนกระทั่งได้กระจายไปทั่วทุกภาคเอเชีย โดยเฉพาะบ้านเราที่ขึ้นชื่อมาก แม้แต่ฝรั่งยังรู้จักกันอย่างกว้างขวางในนามใหม่ว่า ปาปา ย่า ป๊อก ป๊อก
ลักษณะทั่วไป มะละกอ เป็นพรรณไม้เนื้ออ่อน สูงได้ถึง 8 เมตร ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ลำต้นตรงมีเนื้ออ่อนฉ่ำน้ำ
ใบ เป็นแฉก มีรอยเว้าเล็กๆ คล้ายขนนก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 ซ.ม.
ดอก เป็นช่อ ดอกตัวผู้มีสีเหลืองออกสีเขียวอ่อน กลีบบางยาวประมาณ 2 ซ.ม. ดอกตัวเมียไม่มีก้านดอก ยาวประมาณ 7 ซ.ม. ออกเป็นดอกเดี่ยวและกระจุก กลีบดอกสีขาวออกเหลือง
ผล มีลักษณะกลมยาวรี ผลอ่อนภายนอกมีสีเขียวเนื้อในสีขาว แต่เมื่อสุกงอมได้ที่จะมีสีเหลืองส้ม เนื้อหนา นุ่ม รสฉ่ำหวาน มีเมล็ดคล้ายรูปไข่สีน้ำตาลดำ ผิวขรุขระอ่อนค่อนข้างมาก ยาว 6-7 ซ.ม. มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ff6600;">มะละกอ</span> (Papaya, Pawpaw, Tree Melon)</strong></p>
<p><strong></strong> </p>
<p><strong><img class="alignleft size-full wp-image-163" title="มะละกอ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : mof.or.th" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/papaya-moforth.jpg" alt="มะละกอ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : mof.or.th" width="400" height="266" /></strong></p>
<p><span style="color: #00cc00;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> Carica papaya L.</p>
<p><span style="color: #00cc00;"><strong>วงศ์</strong></span> CARICAEAE</p>
<p>          <span style="color: #ff6600;"><strong>มะละกอ</strong></span> เดิมเป็นผลไม้พื้นเมืองของทวีปอเมริกา แต่ที่เข้ามาออกลูกออกหลานขยายพันธุ์อยู่เต็มบ้านของเราได้ เพราะชาวยุโรปได้นำมาแพร่พันธุ์จนกระทั่งได้กระจายไปทั่วทุกภาคเอเชีย โดยเฉพาะบ้านเราที่ขึ้นชื่อมาก แม้แต่ฝรั่งยังรู้จักกันอย่างกว้างขวางในนามใหม่ว่า ปาปา ย่า ป๊อก ป๊อก</p>
<p><span style="color: #ff0066;"><strong>ลักษณะทั่วไป</strong></span> <span style="color: #ff6600;"><strong>มะละกอ</strong></span> เป็นพรรณไม้เนื้ออ่อน สูงได้ถึง 8 เมตร ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ลำต้นตรงมีเนื้ออ่อนฉ่ำน้ำ</p>
<p><span style="color: #ff0066;"><strong>ใบ</strong></span> เป็นแฉก มีรอยเว้าเล็กๆ คล้ายขนนก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 ซ.ม.</p>
<p><span style="color: #ff0066;"><strong>ดอก</strong></span> เป็นช่อ ดอกตัวผู้มีสีเหลืองออกสีเขียวอ่อน กลีบบางยาวประมาณ 2 ซ.ม. ดอกตัวเมียไม่มีก้านดอก ยาวประมาณ 7 ซ.ม. ออกเป็นดอกเดี่ยวและกระจุก กลีบดอกสีขาวออกเหลือง</p>
<p><span style="color: #ff0066;"><strong>ผล</strong></span> มีลักษณะกลมยาวรี ผลอ่อนภายนอกมีสีเขียวเนื้อในสีขาว แต่เมื่อสุกงอมได้ที่จะมีสีเหลืองส้ม เนื้อหนา นุ่ม รสฉ่ำหวาน มีเมล็ดคล้ายรูปไข่สีน้ำตาลดำ ผิวขรุขระอ่อนค่อนข้างมาก ยาว 6-7 ซ.ม. มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซ.ม.</p>
<p><span style="color: #ff0066;"><strong>ส่วนที่ใช้ </strong></span>ผล ยาง ราก ใบ</p>
<p> </p>
<p><img class="size-full wp-image-164 alignright" title="มะละกอ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : ait.nisit.kps.ku.ac.th" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/papaya3-aitnisitkpskuac.jpg" alt="มะละกอ ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : ait.nisit.kps.ku.ac.th" width="400" height="265" /></p>
<p><span style="color: #660066;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p>นำผลดิบและผลสุกมาต้มกินเป็นยา ขับน้ำดี น้ำเหลือง บำรุงน้ำนม ขับพยาธิ รักษาโรคริดสีดวงทวาร ผลสุกเป็นยาแก้ท้องผูกที่วิเศษสุดๆ ถ่ายคล่องเป็นยาระบายได้อย่างดีเยี่ยม นำเนื้อสุกมาปั่น แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกใบหน้าจะชุ่มชื้นขึ้น</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<ul>
<li><strong>มะละกอ</strong> <span style="color: #cc0066;">สามารถนำไปประกอบอาหารต่างๆ ได้อย่างวิเศษมากมายหลายอย่าง<br />
</span></li>
<li><strong>มะละกอดิบ</strong> <span style="color: #cc0066;">ถ้าใช้ทำเป็นอาหารยอดนิยม คงหนีไม่พ้นส้มตำ<br />
</span></li>
<li><strong>มะละกอดิบ</strong> <span style="color: #cc0066;">หั่นเป็นแว่นๆ พอคำ นำไปแกงส้มใส่ปลาช่อนใส่กุ้ง<br />
</span></li>
<li><strong>มะละกอสุก </strong><span style="color: #cc0066;">นำมาปลอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่น ผสมน้ำตาล และเกลือป่น ตามอัตราส่วนที่เหมาะสม และเหมาะสำหรับคลายร้อนได้เป็นอย่างดี และมีคุณค่าทางโภชนาการอาหารอย่างมากมาย<br />
</span></li>
<li><strong>มะละกอมีเกลือแร่ และวิตามินมาก</strong> <span style="color: #cc0066;">มีคุณค่าทางอาหารไม่น้อย แคลเซียมในมะละกอช่วยป้องกันฟันผุ วิตามินซีช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน วิตามินเอช่วยในบำรุงสายตาและระบบประสาท และยังมีสารอาหารอื่นๆ อีกมาก
<p></span></li>
</ul>
<p><span style="color: #009900;"><strong>ขอขอบคุณข้อมูลจาก :</strong></span> หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว<br />
เว็บไซต์ lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/papaya-herb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้วย ผลไม้เพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/banana-herb/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/banana-herb/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 May 2009 07:58:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[Banana]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยตานี]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยน้าว้า]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยสุก]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยหอม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หยวกกล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[หัวปลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[กล้วย (Banana)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa Sapientum Linn.
วงศ์ MUSACEAE
กล้วย เปรียบเสมือนผลไม้สารพัดประโยชน์ ที่สามารถนำมาประกอบอาหาร ได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าส่วนใดของกล้วยก็สามารถนำมาใช้ได้ ผลอ่อน ผลแก่ หยวก ก้านใบช่อดอกหรือปลี ล้วนทั้งสามารถนำมาทำอาหารคาว หวาน หรือถนอมอาหารเก็บไว้ได้นาน เช่น กล้วยฉาบ กล้วยตาก
ลักษณะ กล้วย เป็นพรรณไม้ล้มลุก สูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นที่เห็นเป็นก้านใบหุ้มซ้อนกัน
ใบ หรือใบตองกล้วยมีใบขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นแผ่นยาวประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ 40-60 ซ.ม. มีสีเขียว เส้นใบขนานกัน
ดอก จะออกดอกเป็นช่อห้อยลงมามีกาบหุ้มสีแดงอมม่วง เรียกว่า หัวปลี รูปร่างกลมรี มีดอกย่อยติดกันมาเป็นแผง ดอกตัวเมียจะอยู่ที่ฐานส่วนดอกตัวผู้จะอยู่ช่วงปลาย
ผล หลังจากดอกตัวเมียเริ่มเจริญเป็นผล ดอกตัวผู้ก็จะร่วงไป ช่อดอกจะเจริญต่อไปเป็นเครือกล้วย ที่ประกอบด้วยหวีกล้วยประมาณ 7-8 หวี ผลกล้วยอ่อนมีสีเขียว พอแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
ส่วนที่ใช้ ผลดิบ ผลสุก หัวปลี ยางกล้วยจากใบ
สรรพคุณทางยาสมุนไพร- กล้วย มีความสำคัญและมีประโยชน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="left"><span style="color: #ff9900;"><strong>กล้วย (Banana)</strong></span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><img class="size-full wp-image-148 aligncenter" title="กล้วย ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : charoenmotor.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/bananacharoenmotorcom.jpg" alt="กล้วย ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : charoenmotor.com" width="323" height="207" /></p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> Musa Sapientum Linn.<br />
<span style="color: #009900;"><strong>วงศ์</strong></span> MUSACEAE</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>กล้วย</strong></span> เปรียบเสมือนผลไม้สารพัดประโยชน์ ที่สามารถนำมาประกอบอาหาร ได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าส่วนใดของกล้วยก็สามารถนำมาใช้ได้ ผลอ่อน ผลแก่ หยวก ก้านใบช่อดอกหรือปลี ล้วนทั้งสามารถนำมาทำอาหารคาว หวาน หรือถนอมอาหารเก็บไว้ได้นาน เช่น <span style="color: #ff9900;"><strong>กล้วยฉาบ</strong> <strong>กล้วยตาก</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0066;"><strong>ลักษณะ</strong></span> <span style="color: #ff9900;"><strong>กล้วย</strong></span> เป็นพรรณไม้ล้มลุก สูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นที่เห็นเป็นก้านใบหุ้มซ้อนกัน<br />
<span style="color: #ff0066;"><strong>ใบ</strong> </span>หรือใบตองกล้วยมีใบขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นแผ่นยาวประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ 40-60 ซ.ม. มีสีเขียว เส้นใบขนานกัน<br />
<span style="color: #ff0066;"><strong>ดอก</strong></span> จะออกดอกเป็นช่อห้อยลงมามีกาบหุ้มสีแดงอมม่วง เรียกว่า หัวปลี รูปร่างกลมรี มีดอกย่อยติดกันมาเป็นแผง ดอกตัวเมียจะอยู่ที่ฐานส่วนดอกตัวผู้จะอยู่ช่วงปลาย<br />
<span style="color: #ff0066;"><strong>ผล</strong></span> หลังจากดอกตัวเมียเริ่มเจริญเป็นผล ดอกตัวผู้ก็จะร่วงไป ช่อดอกจะเจริญต่อไปเป็นเครือกล้วย ที่ประกอบด้วยหวีกล้วยประมาณ 7-8 หวี ผลกล้วยอ่อนมีสีเขียว พอแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง<br />
<span style="color: #ff0066;"><strong>ส่วนที่ใช้</strong></span> ผลดิบ ผลสุก หัวปลี ยางกล้วยจากใบ</p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span><span style="color: #660099;"><strong>- กล้วย</strong></span> มีความสำคัญและมีประโยชน์ ตั้งแต่ด้านการใช้สอย ความเชื่อด้านพิธีกรรม ประโยชน์คุณค่าทางอาหารแล้วยังเป็นยารักษาโรคได้ดีอีกอย่างด้วย<br />
<span style="color: #660099;"><strong>- ผลกล้วยดิบ</strong></span> นำมาฝานทั้งเปลือกตากแห้งแล้วนำมาบดให้ละเอียดเป็นผงชงดื่ม เป็นยาแก้ท้องเดิน และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร<br />
<span style="color: #660099;"><strong>- ผลกล้วยสุก</strong></span> ช่วยในการระบายเป็นยาอายุวัฒนะ เมื่อนำผลสุก 1 ผล มาผสมกับน้ำผึ้งรับประทานก็จะช่วยระบาย<br />
<span style="color: #660099;"><strong>- รากกล้วย</strong></span> นำมาตำพอกแก้เคล็ดขัดยอก รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก<br />
<span style="color: #660099;"><strong>- ยางกล้วย</strong></span> มีสารเทนินใช้สมานในการห้ามเลือด แผลสด แมลงสัตว์กัดต่อย รักษาโรคลิ้นเป็นฝ้าขาวในเด็ก<br />
<span style="color: #660099;"><strong>- หัวปลี</strong></span> ช่วยบำรุงน้ำนม นิยมนำมาทำเป็นแกงเลียงให้แม่ลูกอ่อนรับประทาน และยังบำรุงเลือดด้วย<br />
<span style="color: #660099;"><strong>- เปลือกกล้วย</strong></span> ที่รับประทานแล้วนั้น นำมาถูส้นเท้า ฝ่ามือ นิ้มป้องกันและระงับเชื้อแบคทีเรีย</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-149" title="กล้วย ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : school.net.th" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/bananaschoolnetth.jpg" alt="กล้วย ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : school.net.th" width="400" height="360" /><span style="color: #009900;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- กล้วย</strong></span> ไทยที่มีชื่อเสียงดังก้องไปทั่วโลกว่ามีรสหอมกว่ากล้วยของประเทศอื่น คือ <strong>กล้วยหอม</strong> ส่วนกล้วยที่ใช้ประโยชน์มากที่สุด คือ <strong>กล้วยน้ำหว้า</strong> วิธีใช้ในการประกอบอาหารของ กล้วย นั้นมีอยู่หลายวิธี</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- กล้วยสุก</strong></span> นำไปเผาทั้งเปลือก แล้วขูดเอาแต่เนื้อนำไปบดกับข้าวถือว่าเป็นอาหารชนิดแรกของคนไทย นอกจากนมแม่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- กล้วยดิบ</strong></span> ใช้ทำเป็นแป้งไว้ผสมอาหารอื่น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- กล้วย</strong></span> นำมาถนอมอาหารสามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น กล้วยฉาบ กล้วยตาก กล้วยกวน ข้าวเกรียบกล้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- กล้วยตานี</strong></span> หั่นเป็นแว่นๆ ดองน้ำส้ม เกลือ น้ำตาล เป็นผักจิ้มหรือของขบเคี้ยวอาหารว่าง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- กล้วยดิบ</strong></span> อื่นๆ ใช้แกงป่า ให้ทำต้มยำ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- หัวปลี</strong></span> ทำแกงเลียง ทำเครื่องเคียงขนมจีน น้ำพริก</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>- หยวกกล้วยอ่อน</strong></span> ใช้แกงส้ม ต้มจิ้มน้ำพริก</p>
<p><span style="color: #0066ff;"><strong>จะเห็นว่าคุณค่าทางโภชนาการและอาหารของกล้วยมีสูง ดีต่อร่างกาย หาซื้อง่าย หากรับประทานเป็นปกติก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะให้พลังงานสูง แคลเซียมในกล้วยช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน วิตามินก็ครบครันทั้งวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายตามปกติ วิตามินซี ป้องกันโรคหวัด โรคเลือดออกตามไรฟัน และยังมีสารอาหารมากคุณค่าอื่นๆ อีก</strong></span></p>
<p><span style="color: #990000;"><strong>ขอขอบคุณข้อมูล</strong></span> จากหนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ,ผลไม้สมุนไพรและพืชผักสวนครัว,<br />
เว็บไซต์ lifestyle.kingsolder.com, เว็บไซต์ elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/banana-herb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะขาม สมุนไพรเพื่อนสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/tamarind/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/tamarind/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 May 2009 03:54:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[Tamarind]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำส้มมะขามเปียก]]></category>
		<category><![CDATA[มะขาม]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามเปียก]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=141</guid>
		<description><![CDATA[มะขาม (Tamarind)


 
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamarindus indica Linn.
วงศ์ CAESALPINIACEAE
มะขาม เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ให้ประโยชน์ ทั้งให้ร่มเงาแถมผลยังสามารถนำมารับประทานดิบๆ โดยนำมาจิ้มพริกกับเกลือหรือน้ำปลาหวาน บ้างครั้งก็นำมาทำส้มตำ ทำน้ำพริก ฝักที่สุกแล้วนั้นยังนำมารับประทาน มีทั้งรสเปรี้ยวและหวาน ตัวอย่างสรรพคุณทางยาสมุนไพร รับประทานเพื่อถ่ายพยาธิ
ลักษณะ มะขาม เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 8-20 เมตร โตช้ามีอายุอยู่ได้เป็นร้อยๆ ปี แตกกิ่งก้าน
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 8-12 คู่ขนาดเล็กรูปขอบขนานกว้างประมาณ 4-7 ซ.ม. ยาวประมาณ 1.2-1.8 ซ.ม. มีสีเขียว
ดอก จะออกเป็นช่อเล็กๆ บานจากล่างไปบน กลีบดอกช่อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 10-15 ดอก กลีบดอกสีเหลืองมีปนแดง มีรสเปรี้ยว
ผล เป็นฝัก ฝักอ่อนจะมีสรเขียวมีขนเป็นขุยสีน้ำตาลปกคลุม เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขณะที่ผลยังอ่อนอยู่เปลือกจะติดกับเนื้อ เมื่อแก่แล้ว เปลือกจะแยกออกจากเนื้อเปราะแตกง่าย เนื้อในเมื่อยังอ่อนไปจนถึงโตเต็มที่จะมีสีเขียวอมขาว แข็ง เมล็ดสีเขียว เมื่อผลแก่จัดเนื้อในจะเปลี่ยนเป็นสรน้ำตาลนิ่ม เมล็ดก็เปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลแข็งด้วย
ส่วนที่ใช้ ใบอ่อน ใบแก่ ฝักอ่อน ฝักแก่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #660000;"><strong>มะขาม (Tamarind)</strong></span></p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><strong><span style="color: #660000;"><br />
<img class="size-full wp-image-143 aligncenter" title="มะขาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ oknation.net " src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/dsc05128.png" alt="มะขาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ oknation.net " width="300" height="225" /></span></strong></p>
<p><strong></strong> </p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> Tamarindus indica Linn.<br />
<span style="color: #009900;"><strong>วงศ์</strong></span> CAESALPINIACEAE</p>
<p><span style="color: #ff0099;"><strong>มะขาม</strong></span> เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ให้ประโยชน์ ทั้งให้ร่มเงาแถมผลยังสามารถนำมารับประทานดิบๆ โดยนำมาจิ้มพริกกับเกลือหรือน้ำปลาหวาน บ้างครั้งก็นำมาทำส้มตำ ทำน้ำพริก ฝักที่สุกแล้วนั้นยังนำมารับประทาน มีทั้งรสเปรี้ยวและหวาน ตัวอย่างสรรพคุณทางยาสมุนไพร รับประทานเพื่อถ่ายพยาธิ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ลักษณะ </strong></span><span style="color: #ff0099;"><strong>มะขาม</strong></span> เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 8-20 เมตร โตช้ามีอายุอยู่ได้เป็นร้อยๆ ปี แตกกิ่งก้าน<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ใบ</strong></span> เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 8-12 คู่ขนาดเล็กรูปขอบขนานกว้างประมาณ 4-7 ซ.ม. ยาวประมาณ 1.2-1.8 ซ.ม. มีสีเขียว<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ดอก</strong></span> จะออกเป็นช่อเล็กๆ บานจากล่างไปบน กลีบดอกช่อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 10-15 ดอก กลีบดอกสีเหลืองมีปนแดง มีรสเปรี้ยว<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ผล</strong></span> เป็นฝัก ฝักอ่อนจะมีสรเขียวมีขนเป็นขุยสีน้ำตาลปกคลุม เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขณะที่ผลยังอ่อนอยู่เปลือกจะติดกับเนื้อ เมื่อแก่แล้ว เปลือกจะแยกออกจากเนื้อเปราะแตกง่าย เนื้อในเมื่อยังอ่อนไปจนถึงโตเต็มที่จะมีสีเขียวอมขาว แข็ง เมล็ดสีเขียว เมื่อผลแก่จัดเนื้อในจะเปลี่ยนเป็นสรน้ำตาลนิ่ม เมล็ดก็เปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลแข็งด้วย<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ส่วนที่ใช้</strong></span> ใบอ่อน ใบแก่ ฝักอ่อน ฝักแก่ ดอก เนื้อใน เมล็ดแก่และเนื้อไม้</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-144" title="มะขาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ moradokdoi.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p1011628.png" alt="มะขาม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ moradokdoi.com" width="300" height="225" /></p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p><strong>- ใบอ่อน มะขาม</strong> นำมาต้มเอาน้ำโขลกศีรษะ แก้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ส่วนใบสดก็นำมาต้มน้ำอาบหลังสตรีคลอดบุตรใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น เนื่องจากในใบมะขามสดมีรสเปรี้ยวมีกรดหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น</p>
<p><strong>- ใบและดอก</strong> ของมะขามนำมาต้มรับประทาน น้ำช่วยลดความดันโลหิตได้ดีมาก</p>
<p><strong>- มะขามเปียก</strong> นำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ จนเป็นลูกกลอน แล้วจิ้มเกลือเพียงเล็กน้อย รับประทานหรือกลืนพร้อมกับน้ำสะอาดเป็นยาระบาย ขับเสมหะ</p>
<p><strong>- น้ำส้มมะขามเปียก</strong> ผสมกับเกลือ ใช้แก้ท้องผูก ใช้แก้พรรดึก โดยการสวนทวาร ใช้พอกตัวได้ โดยผสมกับขมิ้นและน้ำผึ้ง</p>
<p><strong>- เมล็ดมะขาม</strong> นำที่แก่ได้ที่แล้วนำมาคั่วและกะเทาะเปลือกออกนำมาแช่น้ำที่ผสมเกลือป่นรับประทานเป็นยาขับพยาธิ ส่วนเปลือกที่กะเทาะออกังมีประโยชน์อย่านำไปทิ้ง รับประทานเป็นยาแก้อาเจียน แก้ท้องร่วง เป็นยาสมานธาตุ คุมธาตุ</p>
<p><strong>- เส้นฝอย</strong> หุ้มเปลือกมะขามหรือเรียกว่า รก ใช้เป็นยาแก้ ประจำเดือนไม่ปกติ ดื่มน้ำมะขามจะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายโดยเฉพาะคนไข้หรือผู้ที่อาศัยในที่ร้อนอบอ้าว และยังช่วยลดอาการกระหายน้ำได้อีกด้วย</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0099;"><strong>มะขาม</strong></span> มีคุณค่าวิเศษมากจริงๆ นำมาปรุงอาหารไทยๆ ได้หลายอย่างเพียงแค่นำมะขามที่แก่แล้วมาแกะเอาเมล็ดออกปั้นไว้เป็นก้อนๆ ก็จะได้มะขามเปียกเอาไว้รับประทานได้เป็นปีๆ ลองมาพิจารณากันว่า ประโยชน์ที่ได้จากมะขามมีมากมายเพียงใด</p>
<p>- มะขามเปียก ใช้เป็นเครื่องปรุงในแกงส้ม นำเอามะขามเปียกมาคั้นใส่น้ำแกงส้ม ไม่ว่าจะแกงส้มชนิดใดก็ตาม</p>
<p>- มะขามเปียก นำมาคั้นผสมกับน้ำพริกเผา ซึ่งจำเป็นมากเพราะน้ำพริกเผาจะขาดมะขามเปียกไม่ได้เลย</p>
<p>- มะขามเปียก เพียงแค่เอาน้ำมาคั้นใส่ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ก็จะได้ผัดไทยที่อร่อยครบสูตร</p>
<p>- <span style="color: #ff0099;"><strong>มะขาม</strong></span> นำใบหรือยอดอ่อนๆ นำมาต้มรวมกับปลาช่อน ปลาสลิดเค็มเป็นต้มโคล้งแสนอร่อย</p>
<p>- มะขามเปียก นำมาคั้นใส่น้ำตาลทราย และน้ำสะอาดในอัตราส่วนที่เหมาะสมนำไปต้มเคี่ยวกับไฟอ่อนๆ ดื่มกับน้ำแข็งก้อนได้น้ำมะขามดื่มแก้กระหายได้อย่างสดชื่น</p>
<p><span style="color: #ff0099;"><strong>มะขาม</strong></span> มีวิตามินซีที่ต่อต้านอาการไข้หวัดได้สูง วิตามินเอช่วยในการบำรุงสายตาและการทำงานของระบบประสาท แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน หรือเหล็กก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใยอาหารและวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง วิตามินบี 2 ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายและป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและสารอาหารสำคัญอีกมากมาย</p>
<p><strong>ขอขอบคุณข้อมูล</strong> จาก หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/tamarind/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส้มโอ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/pummelo/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/pummelo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 May 2009 07:45:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[Pummelo]]></category>
		<category><![CDATA[ผลส้มโอ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ส้มโอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=128</guid>
		<description><![CDATA[ 
ส้มโอ (Pummelo)
 


 
 

 
ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus maxima Merr.
วงศ์ RUTACEAE
ส้มโอ นับเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก แคลเซียมสูง ผลจะนำมารับปรานกันเมื่อสุกแล้วนำมาปรุงอาหารได้ เช่น ยำส้มโอ เปลือกมีรสขมนิยมนำมาชาอิ่ม ประเทศจีนนิยมนำมาใช้เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ และแก้ไอ ใช้ผสมยาหอมรับประทาน
 
 
ลักษณะ ส้มโอ เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-9 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาล
ใบ มีใบเดี่ยว รูปมนรี ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบมนเช่นเดียวกับโคนใบ
ดอก ออกดอกเดี่ยว หรือเป็นช่อ อยู่ตามง่ามใบ มีสีขาว มีกลีบดอก 4 กลีบ
ผล รูปร่างกลมโต เปลือกหนามีต่อมน้ำมันมาก ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่หรือสุกมีสีเหลือง ขนาดผลยาวประมาณ 9-10 ซ.ม. เนื้อในมีสีเหลืองอ่อนและสีชมพูมีรสหวานอมเปรี้ยว มีเมล็ดฝังอยู่ในเนื้อสีเหลืองอ่อนๆ
ส่วนที่ใช้ ผล เปลือกผล ใบ ดอก เมล็ด ราก
 
สรรพคุณทางยาสมุนไพร
สรรพคุณทางยา ใน ส้มโอ นั้นมีอยู่มิใช่น้อยเลย ส้มโอนั้นสามารถป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยระบาย บำรุงหัวใจ แก้ไอ และขับเสมหะ
ผลส้มโอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="TEXT-ALIGN: left"> <span style="color: #33cc00;"><strong><br />
ส้มโอ (Pummelo)<br />
 </strong></span></p>
<p style="text-align: center;">
<div><strong><img class="size-full wp-image-134      alignnone" title="ส้มโอ ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : learners.in.th" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/pummelo1.jpg" alt="ส้มโอ ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : learners.in.th" width="300" height="225" /></strong></div>
<div><strong> </strong></div>
<p><strong> </p>
<p></strong></p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"> </p>
<p style="TEXT-ALIGN: left"><span style="color: #660066;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ <span style="color: #ff6600;"><strong>Citrus maxima Merr.</strong></span><br />
<span style="color: #660066;"><strong>วงศ์</strong></span> <span style="color: #ff6600;"><strong>RUTACEAE</strong></span></strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #33cc00;"><strong>ส้มโอ</strong></span> นับเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก แคลเซียมสูง ผลจะนำมารับปรานกันเมื่อสุกแล้วนำมาปรุงอาหารได้ เช่น ยำส้มโอ เปลือกมีรสขมนิยมนำมาชาอิ่ม ประเทศจีนนิยมนำมาใช้เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ และแก้ไอ ใช้ผสมยาหอมรับประทาน</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><span style="color: #cc00cc;"><strong>ลักษณะ</strong></span> ส้มโอ เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-9 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาล<br />
<span style="color: #cc00cc;"><strong>ใบ</strong></span> มีใบเดี่ยว รูปมนรี ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบมนเช่นเดียวกับโคนใบ<br />
<span style="color: #cc00cc;"><strong>ดอก</strong></span> ออกดอกเดี่ยว หรือเป็นช่อ อยู่ตามง่ามใบ มีสีขาว มีกลีบดอก 4 กลีบ<br />
<span style="color: #cc00cc;"><strong>ผล</strong></span> รูปร่างกลมโต เปลือกหนามีต่อมน้ำมันมาก ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่หรือสุกมีสีเหลือง ขนาดผลยาวประมาณ 9-10 ซ.ม. เนื้อในมีสีเหลืองอ่อนและสีชมพูมีรสหวานอมเปรี้ยว มีเมล็ดฝังอยู่ในเนื้อสีเหลืองอ่อนๆ<br />
<span style="color: #cc00cc;"><strong>ส่วนที่ใช้</strong></span> ผล เปลือกผล ใบ ดอก เมล็ด ราก</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>สรรพคุณทางยา</strong></span> ใน <span style="color: #33cc00;"><strong>ส้มโอ</strong></span> นั้นมีอยู่มิใช่น้อยเลย ส้มโอนั้นสามารถป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยระบาย บำรุงหัวใจ แก้ไอ และขับเสมหะ<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ผลส้มโอ</strong></span> ขับลมในลำไส้ แก้เมาเหล้า เปลือกผลของส้มโอจะช่วยขับเสมหะ จุกแน่นหน้าอก แก้ไส้เลื่อน<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ใบส้มโอ</strong></span> นำมาต้มพอกศีรษะแก้ปวดหัว นอกจากนั้นยังเป็นยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้ออีกด้วย<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>ดอกส้มโอ</strong></span> แก้อาการปวดกระบังลม และปวดในกระเพาะอาหาร<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>เมล็ดส้มโอ</strong></span> ก็มีประโยชน์อยู่มากเช่นกัน แก้ไส้เลื่อน ลำไส้หดตัว แก้หวัด แก้ไอ แก้ปวดท้องน้อยและกระเพาะอาหารได้อย่างมหัศจรรย์</p>
<p> <img class="alignleft size-full wp-image-130" title="ส้มโอ ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : fruitty.212cafe.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/imgpackage_182.jpg" alt="ส้มโอ ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : fruitty.212cafe.com" width="300" height="290" /></p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p><span style="color: #9900ff;"><strong>ส้มโอ</strong></span> นั้นนอกจากจะเป็นยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณอยู่มากแล้ว ยังนำมาประกอบอาหารจานเด็ดมากด้วยคุณค่าได้อีกเช่นกัน<br />
<span style="color: #ff3333;"><strong>ส้มโอ</strong></span> นำมาผสมกับน้ำเชื่อม ทำลอยแก้ว<br />
<span style="color: #00cc00;"><strong>ส้มโอ</strong></span> นำมาคั้นทำน้ำผลไม้ดื่มแก้กระหาย<br />
<span style="color: #336666;"><strong>ส้มโอ</strong></span> นำมาทำเป็นอาหารหรือกับแกล้มรสเด็ด อย่างเช่น ยำส้มโอ<br />
<span style="color: #cc3333;"><strong>ส้มโอ</strong></span> มีวิตามินและแร่ธาตุช่วยบำรุงร่างกายให้แข้งแรง อาทิ โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, แคลเซียม ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและฟัน, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, วิตามินบี 1 ช่วยในการย่อยอาหาร เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ, วิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด และวิตามินซีที่มีมากจะช่วยในการป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และป้องกันโรคหวัดได้ดี</p>
<p> </p>
<p> <br />
<strong>ขอขอบคุณข้อมูล</strong> จาก หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/pummelo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะเฟือง สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/carambola-herb-2/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/carambola-herb-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 04:53:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[Carambola]]></category>
		<category><![CDATA[Star Apple]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะเฟือง]]></category>
		<category><![CDATA[มะเฟือง]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[มะเฟือง (Carambola, Star Apple)
 

 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Averrhoa Carambola
วงศ์ : AVERRHOACEAE
มะเฟือง ผักและผลไม้รสเปรี้ยวของบ้านเรา เป็นไม้ช่วยบังร่ม เจริญเติบโตในดินทุกชนิด ไม่ว่าจะชื้อแฉะหรือแห้งแล้ง ก็ตาม โดยเฉพาะภาคอีสานจะมีมาก เพราะนิยมนำ มะเฟือง มาทำเป็นผักแกล้มหรือเป็นเครื่องเคียงแหนมเนือง (อาหารชนิดหนึ่งของเวียดนาม) อีกทั้ง มะเฟือง สามารถกินสดๆ เป็นผลไม้หรือคั้นเป็นน้ำดื่ม นอกจากนั้นแล้วยังนำมาเป็นยาสมุนไพรในการรักษาโรคได้อีกทางด้วย
ลักษณะ มะเฟือง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางมีความสูงได้ถึง 8 เมตร มีใบคล้ายกับรูปขนนกออกเรียงกันเป็นคู่ๆ ยาวประมาณ 10-15 ซ.ม. ปลายใบแหลมฐานใบเบี้ยวเล็กน้อย ริมขอบใบเรียบและเกลี้ยง มีก้านใบย่อยสั้น ลักษณะของดอกเล็กออกจากง่ามใบ
ดอก มีสีขาวถึงสีม่วงอ่อน ผลมีรูปร่างกลมหรือกลมยาวมี 3-5 กลีบ ผลอ่อนมีสีเขียวออกเหลือง หากสุกหรือแก่งอมเต็มที่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกเมล็ด
ส่วนที่ใช้ ราก ผล ใบ ดอก
 
สรรพคุณทางยาสมุนไพร
บรรพบุรุษของเรานำ มะเฟือง มาเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ มากมายหลายขนาน
ใบมะเฟือง นำใบสดๆ มาตำ ทาเป็นยารักษาโรคอีสุกอีใส และกลากเกลื้อน นำมาต้มรับประทานเป็นยาถอนพิษไข้
ผลมะเฟือง นำมาต้มรับประทานเป็นยา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff9900;"><strong>มะเฟือง</strong></span> <strong>(Carambola, Star Apple)</strong></p>
<p><strong></strong> </p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><strong><img class="size-full wp-image-125 aligncenter" title="มะเฟือง ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : gotoknow.org" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/b11131.jpg" alt="มะเฟือง ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : gotoknow.org" width="250" height="249" /></strong></p>
<p><strong></strong> </p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> : Averrhoa Carambola<br />
<span style="color: #009900;"><strong>วงศ์</strong></span> : AVERRHOACEAE</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>มะเฟือง</strong></span> ผักและผลไม้รสเปรี้ยวของบ้านเรา เป็นไม้ช่วยบังร่ม เจริญเติบโตในดินทุกชนิด ไม่ว่าจะชื้อแฉะหรือแห้งแล้ง ก็ตาม โดยเฉพาะภาคอีสานจะมีมาก เพราะนิยมนำ มะเฟือง มาทำเป็นผักแกล้มหรือเป็นเครื่องเคียงแหนมเนือง (อาหารชนิดหนึ่งของเวียดนาม) อีกทั้ง มะเฟือง สามารถกินสดๆ เป็นผลไม้หรือคั้นเป็นน้ำดื่ม นอกจากนั้นแล้วยังนำมาเป็นยาสมุนไพรในการรักษาโรคได้อีกทางด้วย</p>
<p><span style="color: #660099;"><strong>ลักษณะ</strong></span> มะเฟือง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางมีความสูงได้ถึง 8 เมตร มีใบคล้ายกับรูปขนนกออกเรียงกันเป็นคู่ๆ ยาวประมาณ 10-15 ซ.ม. ปลายใบแหลมฐานใบเบี้ยวเล็กน้อย ริมขอบใบเรียบและเกลี้ยง มีก้านใบย่อยสั้น ลักษณะของดอกเล็กออกจากง่ามใบ</p>
<p><span style="color: #660099;"><strong>ดอก</strong></span> มีสีขาวถึงสีม่วงอ่อน ผลมีรูปร่างกลมหรือกลมยาวมี 3-5 กลีบ ผลอ่อนมีสีเขียวออกเหลือง หากสุกหรือแก่งอมเต็มที่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกเมล็ด</p>
<p><span style="color: #660099;"><strong>ส่วนที่ใช้</strong></span> ราก ผล ใบ ดอก</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p>บรรพบุรุษของเรานำ มะเฟือง มาเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ มากมายหลายขนาน</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ใบมะเฟือง</strong></span> นำใบสดๆ มาตำ ทาเป็นยารักษาโรคอีสุกอีใส และกลากเกลื้อน นำมาต้มรับประทานเป็นยาถอนพิษไข้</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ผลมะเฟือง</strong></span> นำมาต้มรับประทานเป็นยา แก้บิด อาเจียนเป็นเลือด ขับปัสสาวะ ปวดฟัน นิ่ว และแก้เลือดออกตามไรฟัน</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>เปลือกลำต้นมะเฟือง</strong></span> นำมาดื่มแก้อาการเมาเหล้า เมารถ แก้ไข้ ท้องร่วง และแก้พิษยาเสพติดที่ร้ายกาจอย่างเฮโรอีนได้</p>
<p> <img class="alignleft size-full wp-image-126" title="มะเฟือง ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : 212cafe.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/01471_341.jpg" alt="มะเฟือง ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : 212cafe.com" width="250" height="188" /></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p>- นอกจากจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูงแล้ว ยังจัดเป็นดาวเด่นของวงการผักอีกด้วย</p>
<p>- มะเฟือง เป็นผักรสเปรี้ยวนำมารับประทานเป็นเครื่องเคียงกับแหนมเนืองอาหารเวียดนามได้เด็ดมาก</p>
<p>- มะเฟือง นำมาทำสลัดหรือปรุงอาหารประเภทไก่ ประเภทปลา หรือนำมาแปรรูปเป็นน้ำมะเฟืองอัดกระป๋องขาย</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>มะเฟือง</strong></span> มีวิตามินซีซึ่งป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน วิตามินใน มะเฟืองสด ทำให้เนื้อเยื่อแข็งแรง จับสารก่อมะเร็ง ช่วยทำให้เหงือกแข็งแรง เพิ่มกำลังให้เสปิร์มของผู้ชายและทำให้เรารู้สึกสดชื่นและปลอดโปร่งในอารมณ์ ส่วนวิตามินบี 1 จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา มะเฟืองนี้เราถือว่าเป็นพืชสมุนไพรอย่างหนึ่งในการบำบัดรักษาโรค สามารถนำมาต้มน้ำดื่มแก้ไข้หวัดใหญ่ ส่วนรากต้มกินแก้ท้องร่วง และผลสามารถนำมาสระผมบำรุงเส้นผมให้เงางาม และขจัดรังแค</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #009900;"><strong>ขอขอบคุณข้อมูลจาก :</strong></span> หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพรและพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/carambola-herb-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะนาว สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/lemon/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/lemon/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2009 03:43:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[Common Linne]]></category>
		<category><![CDATA[Lemon]]></category>
		<category><![CDATA[Lime]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=111</guid>
		<description><![CDATA[มะนาว (Common Linne, Lime)



ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus aurantifolia Swing
วงศ์ RUTACEAE
มะนาว ถือเป็นผักและผลไม้ เพราะ มะนาว นำมาประกอบอาหารเป็นเครื่องปรุงแต่งรสอาหาร มีรสเปรี้ยว ทั้งยังนำมาเป็นผลไม้โดยคั้นเอาน้ำมาดื่มกันสดๆ หรือนำไปปั่นดื่มแก้กระหายได้ทุกโอกาส ถ้าใครอยากมีผิวพรรณสวยผิวดีก็ต้องบริโภคน้ำมะนาวเป็นประจำ เพียงวันละแก้วก็เพียงพอแล้ว นอกจากนั้น มะนาว ยังมีคนนำมาผสมกับเครื่องสำอางเช่น ครีมล้างหน้าก็มี สรรพคุณทางสมุนไพรก็มีมากเหลือเกิน

ลักษณะ มะนาว เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1.5-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขา ต้มกิ่งมีหนามแหลมคม เปลือกลำต้นมีผิวเรียบเกลี้ยง
ใบ เป็นใบประกอบใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันมีครีบ มีกลิ่นหอม
ดอก ออกเป็นช่อร่วมกันเป็นกระจุกเล็กๆ ประมาณ 5-7 ดอก มีสีขาวกลิ่นหอม
ผล กลมผิวเรียบเกลี้ยง มีหลายขนาดแล้วแต่พันธุ์ ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4.5 ซ.ม. ภายในผลมีน้ำรสเปรี้ยวจัด ภายในเนื้อมีเมล็ดสีเหลืองอ่อน รูปร่างกลมรี
ส่วนที่ใช้ ผิวผล ผลแก่จัด ใบ ราก
สรรพคุณทางยาสมุนไพร
มะนาว มีคุณค่าสรรพคุณทางยามากมาย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ปรุงยารักษาโรคต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว (Common Linne, Lime)</strong></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #99ff00;"><strong></strong></span></p>
<p><strong><img class="size-full wp-image-112 aligncenter" title="มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : kengdee.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/16478280.jpg" alt="มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : fm100cmu.com" width="200" height="216" /><br />
</strong></p>
<p><span style="color: #330033;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> </span>Citrus aurantifolia Swing<br />
<span style="color: #330033;"><strong>วงศ์</strong></span> RUTACEAE</p>
<p><span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว</strong></span> ถือเป็นผักและผลไม้ เพราะ <span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว</strong></span> นำมาประกอบอาหารเป็นเครื่องปรุงแต่งรสอาหาร มีรสเปรี้ยว ทั้งยังนำมาเป็นผลไม้โดยคั้นเอาน้ำมาดื่มกันสดๆ หรือนำไปปั่นดื่มแก้กระหายได้ทุกโอกาส ถ้าใครอยากมีผิวพรรณสวยผิวดีก็ต้องบริโภคน้ำ<span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว</strong></span>เป็นประจำ เพียงวันละแก้วก็เพียงพอแล้ว นอกจากนั้น <span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว</strong></span> ยังมีคนนำมาผสมกับเครื่องสำอางเช่น ครีมล้างหน้าก็มี สรรพคุณทางสมุนไพรก็มีมากเหลือเกิน</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong><img class="size-full wp-image-113 alignleft" title="มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : fm100cmu.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/20061201140901.jpg" alt="มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : fm100cmu.com" width="200" height="198" /></strong></span></p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>ลักษณะ</strong></span> <span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว</strong></span> เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1.5-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขา ต้มกิ่งมีหนามแหลมคม เปลือกลำต้นมีผิวเรียบเกลี้ยง<br />
<span style="color: #ff3300;"><strong>ใบ</strong></span> เป็นใบประกอบใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันมีครีบ มีกลิ่นหอม<br />
<span style="color: #ff3300;"><strong>ดอก</strong></span> ออกเป็นช่อร่วมกันเป็นกระจุกเล็กๆ ประมาณ 5-7 ดอก มีสีขาวกลิ่นหอม<br />
<span style="color: #ff3300;"><strong>ผล</strong></span> กลมผิวเรียบเกลี้ยง มีหลายขนาดแล้วแต่พันธุ์ ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4.5 ซ.ม. ภายในผลมีน้ำรสเปรี้ยวจัด ภายในเนื้อมีเมล็ดสีเหลืองอ่อน รูปร่างกลมรี<br />
<span style="color: #ff3300;"><strong>ส่วนที่ใช้</strong></span> ผิวผล ผลแก่จัด ใบ ราก</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p><span style="color: #cc0066;"><strong>มะนาว</strong></span> มีคุณค่าสรรพคุณทางยามากมาย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ปรุงยารักษาโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>มะนาว</strong></span> นำมาคั้นหรือบีบเอาน้ำนับว่ามีสรรพคุณมากมาย น้ำมะนาวนำมาผสมกับดอกดีปลีที่ฝนกับน้ำสุก ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อยรับประทานเป็นยาแก้เสมหะ แก้เจ็บคอ<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>น้ำมะนาว</strong></span> นำมาผสมกับสีเสียดที่บดละเอียดตามสัดส่วนที่เหมาะสม แล้วนำมาพอกบริเวณบาดแผลสด ห้ามเลือดได้ดีมากแผลแห้งหายเร็ว<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>น้ำมะนาวสด</strong></span> นำมาผสมกับดินสอพอง ทารักษาอาการอักเสบช้ำบวม<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>น้ำมะนาว</strong></span> นำมารับประทานช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด และละลายก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>น้ำมะนาว</strong></span> นำมาทาบริเวณผิวหนังที่หยาบกร้าน หนา แข็ง จะค่อยๆ อ่อนนุ่ม รักษาโรคติดเชื้อที่ผิวหน้า นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงประสาท ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันบาดทะยัก รักษาอาการโลหิตจาง รักษาโรคกระเพาะอาหารและโรคบิดได้ชะงัดนัก<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>เปลือกมะนาว</strong></span> นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โขลกให้ละเอียดนำมาชงกับน้ำร้อนดื่มเช่นเดียวกับชา แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว จุดเสียดแน่นท้อง คลื่นเหียน อาเจียน<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>เปลือกมะนาว</strong></span> นำมาโขลกให้ละเอียดรวมกับน้ำมะนาวผสมกับน้ำต้มสุกให้หมักผมประมาณ 10 นาที แล้วสระออกช่วยกระตุ้นให้รากผมตื่นตัว เจริญงอกงาม รังแคหาย เส้นผมสะอาด หนังศีรษะสะอาด<br />
<span style="color: #cc0066;"><strong>ใบมะนาว</strong></span> นำใยสดมาต้มดื่มแก้ไอ แก้ท้องอืด ขับลมทำให้เจริญอาหาร</p>
<p><span style="color: #99ff00;"><strong><img class="alignright size-full wp-image-114" title="มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : spcomputerkrabi.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/20087201333451gif.jpg" alt="มะนาว ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ : spcomputerkrabi.com" width="250" height="187" /></strong></span></p>
<p><span style="color: #660099;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p><span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว</strong></span> คั้นหรือบีบเอาน้ำมะนาวมาปรุงอาหารต่างๆ โดยเฉพาะอาหารประเภทยำ น้ำพริกปลาทู น้ำพริกปลาร้า ลาบ ส้มตำ หรือจะเอาผลไปดองไว้ปรุงอาหาร ประเภทต้มหรือแกงได้รสชาติที่อร่อยถูกปาก น้ำมะนาว เมื่อนำมาผสมกับเกลือป่นใส่น้ำแข็ง ดื่มแก้กระกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย<span style="color: #99ff00;"><strong>มะนาว</strong></span> นั้น มีสารอาหารอยู่หลายชนิด เช่น Slaronoid Organic acid citral โดยเฉพาะวิตามินซีนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วยออกฤทธิ์รักษาโรคลักปิดลักเปิดได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ต่างๆ ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น</p>
<p><strong>ขอขอบคุณข้อมูลจาก :</strong> หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว<br />
<strong>เว็บไซต์</strong> lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/lemon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะปราง ผลไม้เพื่อนสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/plum-mango-2/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/plum-mango-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2009 10:44:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[Plum Mango]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะปราง]]></category>
		<category><![CDATA[มะปราง]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=107</guid>
		<description><![CDATA[มะปราง (Plum Mango)




 ชื่อวิทยาศาสตร์ Bouea macrophylla Griff
วงศ์ ANACARDIACEAE
มะปราง มีรูปร่างยาวรี มีสีเหลือง รสหวาน หรือหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย มะปรางเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน นิยมปลูกกันมากทางภาคใต้
ลักษณะ  มะปรางเป็นพรรณไม้ยืนต้น มีขนาดสูงประมาณ 20 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ลำต้นมีผิวเปลือกค่อนข้างขรุขระ เป็นร่องสีน้ำตาลอมเทา
ใบ ลักษณะเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ใบรูปร่างยาวรี ช่วงปลายมีกิ่งแหลม ยาวประมาณ 10-20 ซ.ม.
ดอก ออกเป็นช่อกระจาย ขนาดเล็กสีเหลือง
ผล รูปร่างยาวรี คล้ายรูปไข่ ยาวประมาณ 5-6 ซ.ม. ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกหรือแก่มีสีเหลืองส้ม
เปลือก มีผิวเกลี้ยงเป็นมัน ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด
ส่วนที่ใช้ ผล ใบ น้ำจากต้น ราก
สรรพคุณทางยาสมุนไพร
ผลมะปราง ใช้รับประทานเป็นผลไม้
รากมะปราง เป็นยาเย็น ใช้ถอนพิษไข้ต่างๆ
น้ำจากต้นมะปราง ใช้เป็นยาอมกลั้วคอ
ใบมะปราง ตำใช้พอกแก้ปวดศีรษะ
คุณค่าทางอาหาร
เราสามารถนำมะปรางมาทำเป็นน้ำผลไม้ได้ ซึ่งได้รสชาติที่ดีด้วย ในผลมะปรางสุกนั้นปรากฏว่ามีวิตามินซีมากมาย ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันและโรคหวัด แถมยังมีแคลเซียม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;"><strong>มะปราง (Plum Mango)</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-105 aligncenter" title="มะปราง" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/plum-mango.jpg" alt="มะปราง" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center;">
<p><span style="color: #009900;"><strong> ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> Bouea macrophylla Griff<span style="color: #009900;"><strong><br />
วงศ์</strong></span> ANACARDIACEAE</p>
<p><span style="color: #ff3300;"><strong>มะปราง</strong></span> มีรูปร่างยาวรี มีสีเหลือง รสหวาน หรือหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย มะปรางเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน นิยมปลูกกันมากทางภาคใต้</p>
<p><span style="color: #660099;"><strong><img class="size-full wp-image-108 alignleft" title="มะปราง" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/plum-mango3.jpg" alt="มะปราง" width="300" height="201" />ลักษณะ</strong> </span> มะปรางเป็นพรรณไม้ยืนต้น มีขนาดสูงประมาณ 20 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ลำต้นมีผิวเปลือกค่อนข้างขรุขระ เป็นร่องสีน้ำตาลอมเทา<span style="color: #660099;"><strong><br />
ใบ</strong></span> ลักษณะเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ใบรูปร่างยาวรี ช่วงปลายมีกิ่งแหลม ยาวประมาณ 10-20 ซ.ม.<span style="color: #660099;"><strong><br />
ดอก</strong></span> ออกเป็นช่อกระจาย ขนาดเล็กสีเหลือง<span style="color: #660099;"><strong><br />
ผล</strong></span> รูปร่างยาวรี คล้ายรูปไข่ ยาวประมาณ 5-6 ซ.ม. ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกหรือแก่มีสีเหลืองส้ม<span style="color: #660099;"><strong><br />
เปลือก</strong></span> มีผิวเกลี้ยงเป็นมัน ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด<span style="color: #660099;"><strong><br />
ส่วนที่ใช้</strong></span> ผล ใบ น้ำจากต้น ราก<br />
<span style="color: #ff0033;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ผลมะปราง</strong></span> ใช้รับประทานเป็นผลไม้<span style="color: #0000ff;"><strong><br />
รากมะปราง</strong></span> เป็นยาเย็น ใช้ถอนพิษไข้ต่างๆ<span style="color: #0000ff;"><strong><br />
น้ำจากต้นมะปราง</strong></span> ใช้เป็นยาอมกลั้วคอ<span style="color: #0000ff;"><strong><br />
ใบมะปราง</strong></span> ตำใช้พอกแก้ปวดศีรษะ<br />
<span style="color: #66cc00;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p>เราสามารถนำมะปรางมาทำเป็นน้ำผลไม้ได้ ซึ่งได้รสชาติที่ดีด้วย ในผลมะปรางสุกนั้นปรากฏว่ามีวิตามินซีมากมาย ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันและโรคหวัด แถมยังมีแคลเซียม ช่วยป้องกันกระดูกและฟัน เปราะหักง่าย วิตามินบี 1 ในมะปรางช่วยในการย่อยอาหาร เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ ป้องกันเหน็บชา และวิตามินบี 2 ช่วยในการทำงานของร่างกายในด้านการเจริญเติบโตที่เป็นปกติ<br />
<strong>ขอขอบคุณข้อมูลจาก :</strong> หนังสือคัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพร และพืชผักสวนครัว<strong><br />
เว็บไซต์</strong> : ifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/plum-mango-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะขามป้อม สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/malaccatree-herb/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/malaccatree-herb/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2009 08:30:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[Malacca tree]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะขามป้อมสด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะขามป้อมแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามป้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[มะขามป้อม (Malacca tree)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus emblica Linn.
วงศ์ EUPHORBIACEAE
มะขามป้อม เป็นผลไม้เก่าแก่ ที่คนเฒ่าคนแก่จะรู้จักและตระหนักถึงคุณค่าของ มะขามป้อม เป็นอย่างดี ว่ากันว่าชนชาติที่รู้จัก มะขามป้อม มาช้านาน และแพร่หลายมากที่สุดในโลกเห็นจะได้แก่อินเดีย ซึ่งให้ความนับถือมะขามป้อมมากถึงกับขนาน มะขามป้อม ว่าเป็นพยาบาลที่ดูแลสุขภาพอยู่ข้างกายอีกนัยหนึ่งก็เปรียบเสมือนแม่ที่ดูแลรักษาลูกอยุ่เสมอ นอกจากนั้นยังมีการเล่าขานกันว่า เมื่อครั้งสมัยพุทะกาล พระพุทะเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุทั้งหลายฉัน มะขามป้อม เป็นโอสถได้
ลักษณะ มะขามป้อมเป้นพรรณไม้ยืนต้น ขนาดสูงประมาณ 7-15 เมตร ลำต้นมีเปลือกเรียบเกลี้ยง ลอกออกเป็นแผ่นๆ
ใบ ใบเดี่ยวเรียงชิดติดกันคล้ายขนนก ปลายใบยาวรี สีเขียวแก่ ยาวประมาณ 1 ซ.ม.
ดอก ออกดอกเป็นช่อหรือเป็นกระจุก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันอยู่บนต้นเดียวกัน หนึ่งดอกมีกลีบดอกประมาณ 5-6 กลีบ มีสีเหลืองอมเขียว
ผล รูปร่างกลม ผิวเกลี้ยง เนื้อหนา รสฝาด มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม. เปลือกแบ่งเป็นสันความยาว 6 ซ.ม.
ภายในเนื้อ มีเมล็ดสีน้ำตาลอยู่ 6 เมล็ด
ส่วนที่ใช้ ใบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #99ff00;"><strong>มะขามป้อม (Malacca tree)</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-97 aligncenter" title="มะขามป้อม ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ skn.ac.th" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/03/menu23.jpg" alt="มะขามป้อม ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ skn.ac.th" width="278" height="191" /></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> Phyllanthus emblica Linn.</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>วงศ์</strong></span> EUPHORBIACEAE</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>มะขามป้อม</strong></span> เป็นผลไม้เก่าแก่ ที่คนเฒ่าคนแก่จะรู้จักและตระหนักถึงคุณค่าของ มะขามป้อม เป็นอย่างดี ว่ากันว่าชนชาติที่รู้จัก มะขามป้อม มาช้านาน และแพร่หลายมากที่สุดในโลกเห็นจะได้แก่อินเดีย ซึ่งให้ความนับถือมะขามป้อมมากถึงกับขนาน มะขามป้อม ว่าเป็นพยาบาลที่ดูแลสุขภาพอยู่ข้างกายอีกนัยหนึ่งก็เปรียบเสมือนแม่ที่ดูแลรักษาลูกอยุ่เสมอ นอกจากนั้นยังมีการเล่าขานกันว่า เมื่อครั้งสมัยพุทะกาล พระพุทะเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุทั้งหลายฉัน มะขามป้อม เป็นโอสถได้</p>
<p><span style="color: #660000;"><strong>ลักษณะ</strong></span> มะขามป้อมเป้นพรรณไม้ยืนต้น ขนาดสูงประมาณ 7-15 เมตร ลำต้นมีเปลือกเรียบเกลี้ยง ลอกออกเป็นแผ่นๆ<span style="color: #ff0099;"><strong></p>
<p>ใบ</strong></span> ใบเดี่ยวเรียงชิดติดกันคล้ายขนนก ปลายใบยาวรี สีเขียวแก่ ยาวประมาณ 1 ซ.ม.</p>
<p><span style="color: #ff0099;"><strong>ดอก</strong></span> ออกดอกเป็นช่อหรือเป็นกระจุก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันอยู่บนต้นเดียวกัน หนึ่งดอกมีกลีบดอกประมาณ 5-6 กลีบ มีสีเหลืองอมเขียว<span style="color: #ff0099;"><strong><br />
ผล</strong></span> รูปร่างกลม ผิวเกลี้ยง เนื้อหนา รสฝาด มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม. เปลือกแบ่งเป็นสันความยาว 6 ซ.ม.<span style="color: #ff0099;"><strong><br />
ภายในเนื้อ</strong></span> มีเมล็ดสีน้ำตาลอยู่ 6 เมล็ด<br />
<span style="color: #ff0099;"><strong>ส่วนที่ใช้</strong></span> ใบ เปลือกลำต้น ผล ปมที่ก้าน ราก</p>
<p><span style="color: #3399ff;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p><img class="alignright size-full wp-image-98" title="มะขามป้อม ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ dhammajak.net" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/03/907.jpg" alt="มะขามป้อม ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ dhammajak.net" width="298" height="199" /> <span style="color: #ff6600;"><strong>รากแห้งของมะขามป้อม</strong></span> ใช้ต้มดื่มแก้ร้อนใน แก้ท้องเสีย แก้โรคเรื้อน ลดความดันโลหิต</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>รากสดมะขามป้อม</strong></span> นำมาพอกแผลเมื่อโดนตะขาบกัด สามารถแก้พิษได้</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>เปลือกลำต้นมะขามป้อม</strong></span> ใช้เปลือกแห้งบดเป็นผง โรยบาดแผลหรือนำมาต้มดื่มแก้โรคบิด และฟกซ้ำ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ปมก้าน</strong></span> ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากแก้ปวดฟัน โดยนำปมก้าน 10-30 อัน มาต้มกับน้ำแล้วใช้อมหรือดื่มแก้ปวดท้องน้อย กระเพาะอาหาร แก้ปวดเมื่อยกระดูก แก้ไอ แก้ตานซางในเด็ก</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ผลมะขามป้อมสด</strong></span> ใช้รับประทานเป็นผลไม้แก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นยาบำรุง แก้หวัด แก้ไอ ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย รักษาคอตีบ รักษาเลือกออกตามไรฟัน หรือจะนำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานเป็นยาถ่ายพยาธิ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ผลมะขามป้อมแห้ง</strong></span> นำมาบดชงน้ำร้อนแบบชาดื่มแก้ท้องเสีย โรคหนองในบำรุงธาตุ รักษาโรคบิด ใช้ล้างตา แก้ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ แก้ตกเลือด ใช้เป็นยาล้างตา หรือจะผสมกับน้ำสนิมเหล็กแก้โรคดีซ่าน โลหิตจาง</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>เมล็ด</strong></span> นำมาเผาไฟจนเป็นเถ้าผสมกับน้ำมันพืช ทาแก้ตุ่มคัน หืด หรือตำเป็นผงชงน้ำร้อนดื่มรักษาโรคเบาหวาน หอบหืด หลอดลมอักเสบ รักษาโรคตา แก้คลื่นไส้ อาเจียน<br />
<span style="color: #660099;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p><span style="color: #00cc00;">มะขามป้อมมีรสชาติถึง 5 รสด้วยกัน คือ เปรี้ยว หวาน เผ็ดร้อน ขม ฝาด ถือได้ว่า ทุกส่วนของมะขามป้อม มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเราทั้งสิ้น ในมะขามป้อม 1 ผล มีวิตามินซีสูงถึง 700-100 มิลลิกรัม มะขามป้อมนับว่า เป็นยาอายุวัฒนะขนานหนึ่ง ทางที่ดีเราควรหันมาบริโภคมะขามป้อม เป็นยาบำรุงและบำบัดโรคกันเถอะ วิธีง่ายๆ โดยวิธีทำเป็นมะขามป้อมกวนหรือลูกอมก็ได้  ถือเป็นการส่งเสริมสมุนไพรไทยอีกทางหนึ่ง จะเห็นได้ว่าในมะขามป้อมนั้น มีแคลเซียมสูงมาก ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง และยังมีวิตามินซี ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย</span></p>
<p><strong>ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ :</strong> lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/malaccatree-herb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มะม่วง สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://herb.kapook.com/mango-herb/</link>
		<comments>http://herb.kapook.com/mango-herb/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 06:39:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>phassakorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[mango]]></category>
		<category><![CDATA[ผลมะม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[มะม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[มะม่วงดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[มะม่วงสุก]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อมะม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกมะม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[ใบมะม่วง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://herb.kapook.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[          มะม่วง (Mango)
          มะม่วง ผลไม้ในครัวเรือน พบได้ทั่วไปตามบ้านเรือน ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็น สมุนไพรรักษาโรคที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มาดูกันว่า เจ้ามะม่วงนั้น มีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง &#8230;

 
          ชื่อวิทยาศาสตร์ Mangifera indica Linn.
          วงศ์ ANACARDIACEAE
          มะม่วง ผลไม้ยอดฮิตที่นิยมบริโภคตลอดปี ไม่ว่าจะบ้านไหน เรือนไหนก็นิยมปลูกกันไว้ในรั้วบ้าน มะม่วง นอกจาก จะนำมารับประทานได้หลายรูปแบบแล้วยังเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้เป็นอยางดี ส่วนอื่นๆ ก็นำมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ ใบ ดอกมะวม่วง มีวิตามินเอและซีสูง และยังมีสารอาหารอื่นๆ อีก เรียกได้ว่า มะม่วงลูกหนึ่งมีสารอาหารเกือบ ครบเลยทีเดียว โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาจหายไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะมะม่วงก็มีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากเหมือนกัน
        
          ลักษณะ มะม่วง เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูง เปลือกต้นหนาสีเทาขรุขระแตกเป็นเกร็ดๆ แตกกิ่งก้านสาขาออกไปรอบต้นมากมาย
          ใบ เป็นไม้ใบเดี่ยว ลักษณะของใบเรียวแหลม คล้ายรูปหอก กว้าง 2-9 ซ.ม. ยาว 10-30 ซ.ม. ใบหนารอบใบเรียบ
          ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ช่อหนึ่งมีประมาณ 15-20 ดอก แต่ละช่อมีดอกย่อยถึง 3000 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>          <span style="color: #00cc00;"><strong>มะม่วง (Mango)</strong></span></p>
<p><strong></strong>          <strong>มะม่วง </strong>ผลไม้ในครัวเรือน พบได้ทั่วไปตามบ้านเรือน ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็น สมุนไพรรักษาโรคที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มาดูกันว่า เจ้ามะม่วงนั้น มีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง &#8230;</p>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><strong><span style="color: #00cc00;"><img class="size-full wp-image-90 aligncenter" title="มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจกาเว็บไซต์ nongmaiclub.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/03/mango-1.gif" alt="มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจกาเว็บไซต์ nongmaiclub.com" width="300" height="208" /></span></strong></p>
<p><strong></strong> </p>
<p>          <span style="color: #ff0000;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> Mangifera indica Linn.<br />
          <span style="color: #ff0000;"><strong>วงศ์</strong></span> ANACARDIACEAE</p>
<p>          <span style="color: #990066;"><strong>มะม่วง</strong></span> ผลไม้ยอดฮิตที่นิยมบริโภคตลอดปี ไม่ว่าจะบ้านไหน เรือนไหนก็นิยมปลูกกันไว้ในรั้วบ้าน <span style="color: #990066;"><strong>มะม่วง</strong></span> นอกจาก จะนำมารับประทานได้หลายรูปแบบแล้วยังเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้เป็นอยางดี ส่วนอื่นๆ ก็นำมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ ใบ ดอกมะวม่วง มีวิตามินเอและซีสูง และยังมีสารอาหารอื่นๆ อีก เรียกได้ว่า มะม่วงลูกหนึ่งมีสารอาหารเกือบ ครบเลยทีเดียว โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาจหายไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะมะม่วงก็มีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากเหมือนกัน<br />
 <img class="alignleft size-full wp-image-91" title="มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจกาเว็บไซต์ wineandfoodtube.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/03/mango-3.jpg" alt="มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจกาเว็บไซต์ wineandfoodtube.com" width="188" height="250" />       <br />
          <span style="color: #330099;"><strong>ลักษณะ</strong></span> <span style="color: #990066;"><strong>มะม่วง</strong></span> เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูง เปลือกต้นหนาสีเทาขรุขระแตกเป็นเกร็ดๆ แตกกิ่งก้านสาขาออกไปรอบต้นมากมาย</p>
<p>          <span style="color: #330099;"><strong>ใบ</strong></span> เป็นไม้ใบเดี่ยว ลักษณะของใบเรียวแหลม คล้ายรูปหอก กว้าง 2-9 ซ.ม. ยาว 10-30 ซ.ม. ใบหนารอบใบเรียบ</p>
<p>          <span style="color: #330099;"><strong>ดอก</strong></span> ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ช่อหนึ่งมีประมาณ 15-20 ดอก แต่ละช่อมีดอกย่อยถึง 3000 ดอก มีสีเหลืองอ่อน มี กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีกลีบดอก 5 กลีบ</p>
<p>          <span style="color: #330099;"><strong>ผล</strong></span> มีรูปร่างคล้ายรูปไต ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองและรสหวาน หนึ่งผลมีเมล็ดเดียว ลักษณะแบน เป็นรูปไข่รีขนาดใหญ่</p>
<p>          <span style="color: #330099;"><strong>ส่วนที่ใช้</strong></span> เมล็ด ผล ใบ เปลือกลำต้น</p>
<p>          <span style="color: #ff00ff;"><strong>สรรพคุณทางยาสมุนไพร</strong></span></p>
<p>          <span style="color: #330099;"><strong>เมล็ดสดๆ</strong></span> มารับประทาน หรือนำมาโรยเกลือ รับประทานเพื่อขับปัสสาวะหรือแก้บวมน้ำ เนื้อในเมล็ดใช้แก้ท้องร่วง<br />
          <span style="color: #330099;"><strong>ผลมะม่วง</strong></span> นำมาคั้นรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะหรือร้อนใน แก้คลื่นไส้ แก้บิดถ่ายเป็นเลือด และใช้เป็นยาบำรุงกระเพาะอาหาร<br />
          <span style="color: #330099;"><strong>ใบมะม่วง</strong></span> นำมาพอประมาณต้มรับประทานแก้ซางตานขโมยในเด็ก แก้ลำไส้อักเสบ หรือใช้ใบสดๆ ตำพอกบริเวณที่เป็นแผลสด จะเป็นยาสมานแผลสดได้ดีที่เดียว<br />
          <span style="color: #330099;"><strong>เปลือกลำต้นมะม่วง</strong></span> ใช้เปลือกสดๆ มาต้มรับประทานเป็นยาแก้โรคคอตีบ เยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ</p>
<p> </p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-92" title="มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ alibaba.com" src="http://herb.kapook.com/wp-content/uploads/2009/03/mango-2.jpg" alt="มะม่วง ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ alibaba.com" width="250" height="250" /></p>
<p> </p>
<p>          <span style="color: #ff00ff;"><strong>คุณค่าทางอาหาร</strong></span></p>
<p>          <span style="color: #990066;"><strong>มะม่วง</strong></span>ดิบมักออกรสเปรี้ยว เอาไปทำของคาวได้หลายอย่าง ที่เห็นบ่อยมากคือ นำไปจิ้มน้ำพริก ใช้ยำ หรือผสมอาหารที่มีรสเปรี้ยวแทนมะนาว เช่น ยำมะม่วง น้ำพริก ต้มยำ ในส่วนที่นำไปเป็นของว่างนั้น มะม่วงดิบรับประทานเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน เมี่ยงส้ม มะม่วงสุกที่มีรสหวาน นำมารับประทานกับข้าวเหนียว กวนเป็นแผ่น หรือนำมาคั้นเป็นน้ำผลไม้ มะม่วงอุดมด้วยฟอสฟอรัส และแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันไม่ให้เปราะหักง่าย นอกจากนั้นยังมีวิตามินซี อยู่ในปริมาณมาก ช่วนเสริมสร้างภูมิคุ้นกันให้แข็งแรง ป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคหวัด และมีวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด</p>
<p> </p>
<p><strong>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : </strong>หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพรและพืชผักสวนครัว ,lifestyle.kingsolder.com ,elib-online.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://herb.kapook.com/mango-herb/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
