Home

Archive » กุมภาพันธ์, 2009 «

สมุนไพรรักษาสิว

วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 24th, 2009 | Author: phassakorn

          สมุนไพรนอกจากจะมีสรรพคุณด้านการรัษาโรคแล้ว แต่ก็ยังมีสมุนไพรหลายชนิด ที่มีสรรพคุณด้านการรักษาโรคผิวหนัง อาการคัน แพ้ ผด ผื่น หรือแม้กระทั้ง สิว ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ใบหน้าของวัยรุ่น วัยที่กำลัวเจริญพันธุ์หมดหล่อหมดสวยได้ แต่อย่าห่วงไปเลยนะคะ วันนี้เราหยิบเอาเรื่องของ สมุนไพรรักษาสิว และปัญหาผิวหนังต่างๆ มีเฝ้าเพื่อนๆ ให้ได้ทรายและหาวิธีแก้ไขกันค่ะ

          อย่างที่เรารู้ ๆ กันนะคะว่า กลไกของการเกิดสิวนั้นมีด้วยกันหลายอย่าง เช่น อารมณ์ก็ทำให้เกิดสิวได้ เครียดมากก็สิวเห่อ อาหารบางอย่างก็ทำให่มีสิวได้เหมือนกัน เครื่องสำอางค์ยิ่งหนักถ้าใช้แล้วแพ้ ล้างไม่สะอาด ไปอุดรูขุมขน

          ทางทีดีเราควรจะเริ่มตั้งแต่การป้องกันค่ะ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วค่อยมารักษา ซึ่งปัจจุบันนิ้ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ หันมามอบความไว้วางใจให้กับสมุนไพรกันมากขึ้น ด้วยหวังว่ามันจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

ขอบคุณภาพประกอบจาก : คุณ tanya เว็บไซต์ bloggang.com

 

          สมุนไพรอย่างหนึ่งที่พูดถึงกันมากในสรรพคุณของการรักษาสิวก็คือ ว่านหางจระเข้ ซึ่งเป็นสมุนไพรจำพวกที่ใช้ใบ ภายในจะมีวุ้นใส ๆ และยางเหลือง ๆ ยางสีเหลืองตัวนี้ต้องระวังนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ถ้าเผลอเอาไปทาจะแสบร้อน บางคนก็จะแพ้เป็นผิวผื่นคัน ซึ่งถ้าหากอยากทราบว่าเราจะแพ้หรือเปล่า ก็ให้นำว่านหางจระเข้ที่ตัดมาใหม่ ๆ ทางบริเวณท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที ถ้ามีอาการคัน แปลว่าผิวเราแพ้ค่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ thaifoodtoworld.com

 

          นอกจากว่านหางจระเข้แล้ว ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ อีกที่เราสามารถนำมาใช้บำรุงผิวหน้าได้ อย่างเช่น หอมแดง เมื่อเรานำมาฝานเป็นแว่น ๆ บาง ๆ นำไปทาบริเวณที่เป็นสิว รอยด่างดำ ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ใช้เป็นประจำรอยสิวจะหายไปค่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก : baanmaha.com

          กล้วยหอม ก็มีประโยชน์ต่อผิวพรรณเช่นกัน ถ้าเรานำ กล้วยหอม 1 ผล ไปปั่นกัน น้ำผึ้ง 1/2 ถ้วย นำมาพอกหน้าไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกจำทำให้หน้าตาผิวพรรณสดใส

ขอบคุณภาพประกอบจาก : spcomputerkrabi.com

          ส่วน มะนาว นำมาใช้ประโยชน์ในการดูแลใบหน้าได้มากทีเดียวค่ะ เราใช้มะนาวล้างหน้าแทนสบู่หรือโฟมได้ หรืออาจจะใช้ไข่ขาว 1 ช้อนชา ดินสอพอง 2 เม็ดใหญ่ มะนาว 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำมันมะกอก 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันจะได้ครีมข้นนำมาพอกหน้า พอกตัวประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก ทำวันเว้นวัน ไม่นานค่ะ ผิวพรรณจะใสนุ่มเนียน

          จริงๆ ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่สามารถรักษา สิว และโรคผิวหนังได้ สำหรับสาระดีๆ ในวันนี้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ได้ ไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วอย่าลืมติดตามอ่านสาระดีๆ แบบนี้ กับ herb.kapook.com ต่อไปนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : samunpai.com ,thaihealth.or.th ,คุณ BowChomPoo เว็บไซต์ blog.spu.ac.th ,hawebthai.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

สมุนไพรรักษาโรค

วันพฤหัส, กุมภาพันธ์ 19th, 2009 | Author: phassakorn

          สวัสดีเพื่อนๆ ที่รักสุขภาพทุกท่านเลยนะคะ สำหรับฉบับเราหยิบยกเรื่อง สมุนไพรรักษาโรค มาบอกเล่าให้เพื่อนได้ทราบกันว่า มันมีอะไรบ้าง และมากมายขนาดไหน

         จริงๆ แล้วสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรานั้นสามารถที่จะนำมาทำเป็นยารักษาโรคได้ อย่างของใกล้ตัวที่อยู่ครัวบ้านของเรา เช่น กระเทียม ก็สามารถช่วยลดไขมันที่อุดตันในเส้นเลือด สาเหตุของโรคความดัน และโรคหัวใจ และยังมีอีกมากมายที่เราจะหยิบมาเฝ้าเพื่อนๆ ถ้าพร้อมแล้วเราไปรู้จัก สมุนไพรรักษาโรค ที่อยู่ใกล้ตัวพวกเรากันเลยค่ะกระเทียม

         กระเทียม (GARLIC)

พบได้ทั่วโลก ใช้รักษาอาการ
- ลดไขมันในเลือด
- ลดการแข็งตัวของเลือด
- ลดน้ำตาลในเลือด
- ลดความดันโลหิต
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส

กล้วยน้ำว้า

         กล้วยน้ำว้า

พบได้ และสามารถหาได้ทั่วไปในประเทศโซนเอเซีย ใช้รักษาอาการ
- โรคกระเพาะ
- ป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรค
- รักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้
- ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
- บำรุงผิวนุ่มเนียนอ่อนวัย

 

ว่านหางจระเข้         ว่านหางจระเข้ 

พบได้ทั่วไป สามารถหาได้ทั่วไปในประเทศโซนเอเซีย และพบมากในประเทศไทย ใช้รักษาอาการ

- โรคนอนไม่หลับ
- ปวดหัว
- ผมร่วง
- โรคเหงือกและฟัน
- โรคไต
- โรคเรื้อนกวาง
- โรคกระเพาะ
- ท้องผูก ริดสีดวงทวาร
- คันที่ผิวหนัง ลบรอยจุดด่างดำ รักษาสิว และโรคผิวหนังต่างๆ
                                                                                                

 ฟ้าทะลายโจร

         ฟ้าทะลายโจร

พบได้ทั่วไป ใช้รักษาอาการ
- โรคไข้หวัด
- แก้ไอ เจ็บคอ
- ท้องผูก
- ท้องเสีย
- เหงือกบวม
- เจ็บคอ

 

 บอระเพ็ด

         บอระเพ็ด (Tinospora tuberculata Beumee)

พบได้ทั่วไป ใช้รักษาอาการ
- โรคไข้เหนือ โรคไข้พิษทุกชนิด
- มะเร็งเม็ดเลือด
- ท้องเฟ้อ
- โรคพิษฝีดาษ
- ยาบำรุงกำลัง บำรุงไฟธาตุ
- รักษาอาการร้อนใน

 

 

         และนี่ก็เป็นสมุนไพรไทยบางส่วน ที่สามารถนำมาใช้เป็น สมุนไพรรักษาโรค ได้ แต่ก็ไม่ได้มีเพียง สุมนไพรไทย เท่านั้นนะคะ ที่สามารถรักษาโรคได้ ก็ยังมี สมุนไพร ในต่างประเทศที่สามารถรักษาโรคได้เช่นกัน เราก็ได้หยิบบางส่วนมาฝากเพื่อนๆ ไปดูกันเลยค่ะ

ใบแป๊ะก๊วย
         ใบแป๊ะก๊วย (GINKGO)

พบในประเทศจีน ขณะนี้มีการปลูกมากในประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ใช้รักษาอาการ
- ภาวะขาดเลือดในสมอง ความจำเสื่อม
- ป้องกันการอักเสบของอวัยวะต่างๆ : ลดอาการปวดของข้ออักเสบในโรคเก๊าต์
- จากภาวะภูมิแพ้ : ใช้ในผู้ป่วยโรคหืดและโรคไซนัสอักเสบ
- ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย

         

MELISSA          MELISSA (LEMON BALM)

พบในยุโรปตอนใต้ และเอเซียตะวันตก ใช้รักษาอาการ
- โรคซึมเศร้า กระวนกระวาย นอนไม่หลับ
- ท้องผูก ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
- ป้องกันการเกร็งตัวทั้งของกล้ามเนื้อลาย และกล้ามเนื้อเรียบ ป้องกัน และบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ปวดไมเกรน
- เสริมภูมิต้านทานโรค จึงใช้รักษาโรคที่เกี่ยวกับภูมิต้านทานที่ลดลง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้

CRATAEGUS         CRATAEGUS (HAWTHORN)

เป็นสมุนไพรที่ใช้แพร่หลายในยุโรปเป็นเวลาหลายร้อยปี ใช้รักษาอาการ
- โรคหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
- ขยายหลอดเลือดเพิ่มการไหลเวียนไปสู่อวัยวะต่างๆ มีประโยชน์ในผู้ป่วยเบาหวาน ที่เป็นแผล
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- ปรับความดันโลหิตให้สู่สมดุล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : thaihealth.or.th ,mypatc.com ,samunpri.com ,th.wikipedia.org ,ku.ac.th

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

สมุนไพรพื้นบ้าน

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16th, 2009 | Author: phassakorn

          สมุนไพรพื้นบ้าน คือ พืชผักพื้นบ้านที่ใช้ทำเป็นเครื่องยา ในการรักษาโรคต่างๆ และเป็นที่น่าดีใจ ที่บ้านเราก็พืชผักพื้นที่ใช้เป็นยาสมุนไพร งั้นเรามาเริ่มทำความรู้จักกับ สมุนไพรพื้นบ้าน กันเลยนะคะ

 

มะยม

มะยม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : learners.in.th

ประโยชน์ทางยา

ราก รสจืด สรรพคุณแก้โรคผิวหนัง แก้ผดผื่นคัน ช่วยซับน้ำเหลืองให้แห้ง แก้ประดง ดับพิษเสมหะ โลหิต
เปลือกต้น รสจืด สรรพคุณแก้ไข้ทับระดู ระดูทับไข้ แก้เม็ดผดผื่นคัน
ใบ รสจืดมัน ปรุงเป็นส่วนประกอบของยาเขียว สรรพคุณแก้ไข้ ดับพิษไข้ บำรุงประสาท ต้มร่วมกับใบหมากผู้หมากเมียและใบมะเฟืองอาบแก้ผื่นคัน ไข้หัด เหือด สุกใส
ดอก ใช้สด ต้มกรองเอาน้ำแก้โรคในตา ชำระน้ำในตา
ผล รสเปรี้ยวสุขุม กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต ระบายท้อง

 

มะยม

ขอบคุณภาพประกอบจาก : oknation.net

 ขนาดและวิธีใช้

1.    ใช้เป็นยาแก้ไข้ทับระดุ ระดูทับไข้ ให้นำเปลือกต้น (เปลือกสด) มาต้มเอาน้ำดื่ม
2.    เป็นยาบำรุงประสาท ขับเสมหะ ใช้ใบสด ต้มเอาน้ำดื่ม
3.    ใช้สำหรับล้างและชำระฝ้านัยน์ตา แก้โรคตา ให้นำดอกสด ต้มกรองเอาน้ำล้าง
4.    เป็นยาแก้โรคผิวหนัง ดับพิษเสมหะโลหิต ช่วยขับน้ำเหลือง ใช้รากสดต้มเอาน้ำดื่ม
5.    กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต รับประทานผลได้ทั้งดิบและสุก
6.    แก้ไข้หัวต่าง ๆ ให้นำใบสด ต้มร่วมกับใบหมากผู้หมากเมีย ใบมะเฟืองอาบ
7.    แก้เม็ดผดผื่นคัน ใช้เปลือกต้น ต้มอาบ

 ข้อควรระวัง

น้ำยางจากเปลือกราก มีพิษเล็กน้อย ถ้ารับประทานเข้าไปจะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดศีรษะ และง่วงซึม

 

มะขาม

 

มะขาม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : espazs.spaces.live.com

ประโยชน์ทางยา

แก่น รสฝาดเมา สรรพคุณกล่อมเสมหะและโลหิต
เนื้อมะขาม รสเปรี้ยว ชุ่มเย็น ใช้แก้ร้อน ขับเสมหะ แก้อาการเบื่ออาหาร ในฤดูร้อนอาการคลื่นไส้ อาเจียนในหญิงมีครรภ์ และแก้เด็กเป็นตานขโมยแก้ท้องผูก
ใบแก่ มีรสเปรี้ยวฝาด ใช้นำมาปรุงเป็นยาแก้ไอ โรคบิด ขับเสมหะในลำไส้ฟอกโลหิตขับเลือดลมในลำไส้ แก้หวัดคัดจมูกในเด็ก ใบอบไอน้ำ
เมล็ดแก่ รสฝาดมัน ใช้ถ่ายพยาธิไส้เดือนในท้องเด็ก แก้ท้องร่วงและอาเจียน
เปลือกต้น รสฝาด แก้ท้องอืด ท้องแน่น อาหารไม่ย่อย แก้เจ็บปากเจ็บคอ สมานแผลเรื้อรัง

 ขนาดวิธีใช้

1.    แก้อาการเบื่ออาหารในฤดูร้อน อาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงมีครรภ์ แก้เด็กเป็นตานขโมย ใช้เนื้อมะขาม 15-30 กรัม อุ่นให้ร้อนรับประทาน หรือผสมน้ำตาลทราย เคี่ยวให้ข้น รับประทานได้ทันที
2.    รักษาฝีให้ใช้เนื้อมะขามผสมกับปูนแดงทาที่เป็น
3.    เป็นยาขับเลือด ขับลม แก้สันนิบาต ให้ใช้เนื้อมะขามผสมกับเกลือและข่า
4.    น้ำมะขามเปียกคั้นเป็นน้ำข้น ๆ ผสมเกลือเล็กน้อย รับประทานชามใหญ่ ใช้สำหรับล้างเลือกที่ตกค้างภายในของหญิงหลังคลอดใหม่ ๆ หลังจากที่รกออกมาแล้ว
5.    แก้หวัดคัดจมูกในเด็ก หรือทำให้สดชื่นหลังจากฟื้นไข้ หรือหลังคลอด ใช้ใบมะขามแก่ ต้มรวมกับหัวหอมแดง 2-3 หัว โกรกศีรษะเด็กในเวลาเช้ามืด หรือต้มน้ำอาบหลังคลอดและหลังฟื้นไข้ทำให้สดชื่น
6.    แก้ท้องร่วงและอาเจียนใช้เม็ดแก่คั่วให้เกรียมแล้วกะเทาะเปลือกออกใช้ประมาณ 20-30 เมล็ด นำมาแช่เกลือจนอ่อนนุ่ม
7.    แก้เจ็บปากเจ็บคอ ใช้เปลือกต้น ผสมเกลือ เผาในหม้อดินจนเป็นเถ้าขาว รับประทานครั้งละ 60-120 มิลลิกรัม และยังใช้เถ้านี้ผสมน้ำอมบ้วนปาก
8.    ถ่ายพยาธิเส้นด้าย พยาธิตัวกลม นำเมล็ดมะขามมาคั่ว แล้วกะเทาะเปลือกนอกออกใช้เล็ดในที่มีสีขาว 20-25 เมล็ด ต้มกับน้ำใส่เกลือเล็กน้อย รับประทาน 1 ครั้ง หรือคั่วเนื้อในให้เหลืองกระเทาะเปลือกแช่น้ำให้นิ่มแล้วเคี้ยวเช่นถั่ว
9.    ยาล้างแผลเรื้อรัง สมานแผล ใช้เปลือกต้น 1 กำมือ ต้มกับน้ำตาล 3 แก้วให้เดือดนาน 20-30 นาที เอาน้ำมาล้างแผล
10. แก้ท้องผูก มะขามแกะเอาแต่เนื้อ ปั้นเป็นก้อนโตประมาณนิ้วหัวแม่มือ 2 ก้อน (ธาตุหนังใช้ 3 ก้อน) คลุกกับเกลือป่น แล้วแบ่งเป็นลูกเล็ก ๆ พอกลืนสะดวก กลืนกับน้ำแล้วดื่มน้ำอุ่น ๆ ตามประมาณ 1 แก้ว

 ข้อควรระวัง

เนื้อมะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้

 

มะนาว

มะนาว

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : fm100cmu.com

ประโยชน์ทางยา

น้ำมะนาว มีรสเปรี้ยว สรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยบรรเทา อาการเจ็บคอ บำรุงเสียง ขับระดู แก้เล็บขบ ขับลม แก้ริดสีดวงทวาร ป้องกันโรคลักปิดลักเปิด รักษาอาการบวมฟกช้ำ ทำให้ผิวนุ่ม แก้ซาง
เปลือกมะนาว ใช้รักษาท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด
เมล็ด รสขมหอม แก้ซาง ขับเสมหะ แก้หายใจขัด แก้ไข้ แก้พิษไข้ร้อน บำรุงน้ำดี แก้พิษฝีภายใน
ราก รสเย็ดจืด แก้ไข้กลับไข้ซ้ำ ถอนพิษผิดสำแดง แก้ฝีมีหัว แก้ปวดฝี
ใบ รสปร่า สรรพคุณฟอกโลหิตระดู ฟอกเสมหะ แก้ฝีตะมอย ฝี ฟกช้ำ แก้ไข้ แก้กลาก แก้กองลมทุกชนิด แก้ริดสีดวง แก้ไอ แก้หืด
ดอก แก้ท้องอืดเฟ้อ ปวดท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ไอ
ผล แก้ท้องอืดเฟ้อ ปวดท้อง แก้สิวฝ้า แก้ส้นเท้าแตก รักษาแผลจากแมลงมีพิษ

 ขนาดวิธีใช้

1.    ขับเสมหะ บรรเทาอาการเจ็บคอ นำผลสดมาคั้นเอาน้ำ จะได้น้ำมะนาวเข้มข้น ใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อย ๆ หรือปรุงเป็นน้ำมะนาว โดยเติมน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือเล็กน้องชงน้ำอุ่นดื่มบ่อย ๆ (ควรปรุงให้รสจัดเล็กน้อย)
2.    แก้ไอ ให้น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ จิบบ่อย ๆ หรือฝานมะนาวเป็นชิ้นบาง ๆ จิ้มเกลือรับประทาน หรือถ้ามีขี้ไต้ในบ้าน อาจเอามะนาวผ่าซีกแล้วรมควันขี้ไต้ก่อนแล้วจึงโรยเกลือ และบีบใส่คอ วิธีรมควันคือ เอาขี้ไต้ชิ้นเล็ก ๆ จุดเข้าเอาหน้าตัดของมะนาวไปขยับไปขยับมาอยู่ใกล้ ๆ ไฟให้เข่าจับ ในเขม่าจะมียาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ
3.    บรรเทาอาการฟกช้ำภายนอก ให้นำน้อมะนาวผสมกับดินสอพองทาหรือพอกบริเวณที่ฟกช้ำก็จะช่วยบรรเทาลงได้
4.    แก้ท้องอืด ใช้เปลือกมะนาวสดประมาณครึ่งผล คลังหรือทุบเล็กน้อย พอให้น้ำมันออกมา ชงน้ำร้อนดื่ม เมื่อมีอาการ หรือใช้เปลือกผลมะนาวแห้ง 10-15 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม
5.    แก้ซางแก้ไข้ ขับเสมหะ ใช้เมล็ดคั่ว บดเป็นผง หรือต้มน้ำดื่ม
6.    กักฟอกเสมหะ ฟอกโลหิตระดู ใช้ใบ 108 ใบต้มเอาน้ำดื่ม
7.    บำรุงกำลัง ทำให้สดชื่นเวลาเป็นไข้ เอาน้ำมะนาวสด 1 ผล น้ำตาล 16 กรัม น้ำข้าว 500 ซี.ซี. ผสมกันดื่ม
8.    แก้โรคลักปิดลักเปิด นำน้ำมะนาว 30 ซี.ซี. น้ำตาล 80 กรัม น้ำ 240 ซี.ซี. ผสมกันรับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
9.   รักษาฝีมีหัว ให้ใช้รากมะนาวฝนกับสุราให้ข้น ๆ ทาฝี แก้ปวดฝีทาวันละ 2-3 ครั้ง
10. แก้น้ำร้อนลวก ใช้มะนาวผ่าซีกถูบริเวณแผลไปมาให้ทั่ว ๆ วันละ 2-3 ครั้ง ทำประมาณ 4-5 วัน จะหายเป็นปกติ
11. รักษาผิวหน้าให้สวยเสมอ ก่อนเข้านอนทุกคืน เอาดินสอพอง 1/2 ก้อน ต่อมะนาว 1 ซีก บีบมะนาวลงในดินสอพอง ผสมให้เข้ากันดีแล้วทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ตลอดคืน รุ่งเช้าจึงล้างออกจะรู้สึกว่าใบหน้าสะอาดขึ้น และช่วยป้องกันสิวอีกด้วย
12. แก้ปวดศีรษะ ใช้มะนาวฝานเป็นแว่น หนาประมาณ 6 มม. เอาปูนแดง(ที่รับประทานกับหมาก) ทาด้านหนึ่งให้ทั่ว แล้วเอาด้านนั้นมาปิดขมับที่ปวด ปล่อยไว้จนกว่ายาจะหลุดออกมาเอง

 

          จริงๆ แล้วยังมี สมุนไพรพื้นบ้าน ใกล้ๆ ตัวเราอีกมากมาย แล้วโอกาสเราจะหยิบสรรพคุณของ สมุนไพรพื้นบ้านที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ กัน อีกนะคะ อย่าลืมติดตาม คอร์ลั่ม สมุนไพรของเราต่อไปนะคะ สวัสดีคะ….

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : healthnet.md.chula.ac.th ,thaigoodview.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

สมุนไพรไทย

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 11th, 2009 | Author: phassakorn

          สมุนไพรไทย

          คนไทยเราเมื่อสมัยก่อนมีการเรียนรู้การใช้สมุนไพรรักษาโรคต่าง ๆ ในหมู่บ้านกันสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน และถือว่าเป้นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษสั่งสม เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาความรู้และนำไปใช้ประโยชน์

          สมุนไพรไทยก็มีอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน วันนี้เราจะหยิบยกมาให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันสักอย่างสองอย่าง นะคะ ถ้าอยากรู้จักกันแล้วก็ไปรู้จักกับสนุนไพรไทย กันเลยคะ

          กล้วยน้ำว้า

bananas

  ขอบคุณภาพประกอบจาก : th.wikipedia.org

           กล้วยเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป กล้วยเป็นผลไม้ที่ใช้รับประทานในวันหนึ่ง ๆ มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ สามารถใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วนของลำต้น ใบ ผล ปลี ที่ใช้รับประทาน และทำประโยชน์อย่างอื่น ๆ แม้ว่าในปัจจุบันเราจะใช้ยาแผนปัจจุบันก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะทุเลาอาการหรือโรคได้ เท่ากับเรากินยาสมุนไพรที่ได้จากสมุนไพรตามบ้าน ๆ ของเราที่สามารถแก้โรคได้ตามวิถีชาวบ้านที่ได้สืบทอดจากบรรพบุรุษ หลายชั่วอายุคนกับเรา กล้วยน้ำว้า ใช้ทำยาได้ทั้งดิบ และสุก มีประโยชน์มากมายมหาศาล อย่างเช่น กล้วยดิบมีสารฝาดสมาน (Astringent) จึงช่วยในการสมานรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ เป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังชวยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรค และอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะ ลำไส้ โดยกินครั้งละครึ่งผลหรือ 1 ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง และยังช่วยรักษาโรคกระเพาะ ได้อีกด้วย

          กร ะชาย

กระชาย

 ขอบคุณภาพประกอบจาก : samounpithai.th.gs

 

         กระชาย ตามตำราถือว่ากระชายเป็นยาอายุวัฒนะชั้นหนึ่ง เป็นยาเจริญอาหาร และบำรุงธาตุ ทำให้โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น ผิวพรรณผุดผ่อง สดใส ชะลอความแก่ แก้ใจสั่น แก้วิงเวียน แน่นหน้าอก แก้แผลในปาก แก้ฝีอักเสบ แก้กลากเกลื้อน กระชายมีรสเผ็ดร้อน สารสำคัญในรากและเหง้ากระชายมีฤทธิ์ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

          วิธีใช้เพื่อเป็นยา / ประโยชน์อื่น

          1. แก้บิด ท้องร่วง ท้องเสีย นำรากกระชายย่างไฟให้สุก ตำให้ละเอียดผสมน้ำปูนใสในอัตราส่วน กระชายแก่ 4 หัว ต่อน้ำปูนใส 5 ช้อนแกง คนให้เข้ากันดีแล้วคั้นเอาแต่น้ำดื่มครั้งละ 3-5 ช้อนแกง ทุกครั้งที่ถ่าย เมื่ออาการดีขึ้นให้กินวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น เมื่อหายแล้วกินต่ออีก 1-2 วัน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

          2. รักษาโรคริดสีดวงทวาร ต้มกระชายพร้อมมะขามเปียก เติมเกลือแกงเล็กน้อย รับประทานก่อนนอนทุกวัน

          3. ช่วยบำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ ตำรากกระชาย 1 กำมือให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำผึ้งในอัตราส่วนที่เท่ากัน รับประทานก่อนอาหารเย็น 1 ชั่วโมง ครั้งละประมาณ 1 ถ้วยชา

          4. ช่วยบำรุงหัวใจ กระตุ้นให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ นำรากกระชายแก่ ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ตากแดดให้แห้ง บดให้เป็นผงเก็บไว้ละลายกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการเป็นลม

          5. ไล่แมลง ใช้รากกระชาย ตะไคร้ หอมแดง ข่า ใบสะเดาแก่ ตำผสมกัน ผสมน้ำฉีดในบริเวณที่มีแมลงรบกวน

          โอ๊โหว…ประโยชน์มากมายจริงๆ เลยนะคะ อย่างนี้เพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่เคยกินกระชาย หรือไม่ชอบกระชาย ก็ลองหันมากินกันหน่อยก็ไม่เสียหายนะคะ

          มะระขี้นก

 

มะระขี้นก

 ขอบคุณภาพประกอบจาก : school.obec.go.th

 

          มะระขี้นกเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีรสขม ในตำรายาไทย บันทึกว่า มะระเป็นยาเจริญอาหาร ระบาย แก้โรคลมเข้าข้อ หัวเข่าบวม เป็นยาบำรุงน้ำดี แก้โรคของม้าม โรคตับ เป็นยาขับพยาธิในท้อง มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ

          ส่วนน้ำต้มของใบมะระ มีสรรพคุณระบายอ่อนๆ น้ำต้มของผลมะระ สรรพคุณแก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุย บำรุงระดู ในต่างประเทศ มีการใช้มะระเป็นยาเช่นกัน ในประเทศฟิลิปปินส์ โปโตริโก และศรีลังกา มีการใช้มะระรักษาโรคเบาหวาน

 

          แพทย์จีนเชื่อว่า

          • มะระมีพลังของความเย็น
          • สรรพคุณขับพิษ
          • ผลมะระช่วยฟอกเลือด
          • บำรุงตับ
          • มีผลดีต่อสายตา และผิวหนัง

          แม่บ้านชาวจีน มักจะปรุงอาหารด้วยมะระ ให้คนในครอบครัวรับประทาน ยามเป็นสิวที่ใบหน้า และร่างกาย

ยังมีสมุนไพรไทยอีกหลายชนิด ที่ให้ประโยชน์กับร่างกายของเราอย่างมาก ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ว่ายังมีอะไรอีก ก็ติดตามกันต่อไปนะคะ รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้รับรู้ความรู้ และประโยชน์อีกมากมายกับสมุนไพรเลยค่ะ

 

ขอบคุณภาพข้อมูลจาก :  th.wikipedia.org ,learners.in.th ,siamsouth.com ,pantown.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment

สมุนไพร

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 06th, 2009 | Author: phassakorn

          สมุนไพร คำนี้ฟังดูคุ้นเคยกันจังเลยนะคะ ก็พืช ผัก ใกล้ตัวของเรานั่นเอง แต่จะมีใครรู้มั่งว่า สมุนไพร นั้นคืออะไร แล้วมีอะไรบ้าง และอะไรที่อยู่รอบตัวเราที่เป็น สมุนไพรบ้าง ถ้าอยากรู้วันนี้เราก็จะมาไขข้อสงสัยของเพื่อนๆ กัน พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย…..

           สมุนไพร หมายถึง “พืชที่ใช้ทำเป็นเครื่องยา” ส่วน ยาสมุนไพร หมายถึง “ยาที่ได้จากส่วนของพืช สัตว์ และแร่ ซึ่งยังมิได้ผสมปรุง หรือ แปรสภาพ” ส่วนการนำมาใช้ อาจดัดแปลงรูปลักษณะของสมุนไพรให้ใช้ได้สะดวกขึ้น เช่น นำมาหั่นให้มีขนาดเล็กลง หรือ นำมาบดเป็นผง เป็นต้น ยังมีสัตว์และแร่ธาตุอื่นๆ อีกที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร ได้แก่ เขา หนัง กระดูก ดี หรือเป็นสัตว์ทั้งตัวก็มี เช่น ตุ๊กแก ไส้เดือน ม้าน้ำ ฯลฯ

Herb

 

           สมุนไพร แบ่งตามหลักวิชาออกเป็น 2 สาขา คือ สมุนไพรแผนโบราณ และสมุนไพรแผนปัจจุบัน

           สมุนไพรแผนโบราณ คือ พืช สัตว์ หรือแร่ธาตุ ที่แพทย์แผนโบราณ และประชาชนนำมาใช้เป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสำอาง สำหรับป้องกัน รักษาโรค บำรุงสุขภาพ หรือเสริมสวย ตามหลักวิชาของแพทย์และเภสัชกรรมไทยแผนโบราณแผนโบราณ หรือจากความรู้ และประสบการณ์ที่บรรพบุรุษในอดีตเคยใช้สืบต่อกันมา

           สมุนไพรแผนปัจจุบัน คือ พืช สัตว์ หรือแร่ธาตุ ที่แพทย์แผนปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ หรือนักโภชนาการนำมาศึกษาค้นคว้า ทดลอง วิจัย แล้วสกัดเอาสารบางชนิดจากพืช สัตว์ หรือแร่ะาตุ ออกมาใช้เป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสำอาง สำหรับป้องกัน รักษาโรค บำรุงสุขภาพ หรือ เสริมสวย ตามหลักและกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยข้อมูล ความรู้พื้นฐาน หรือประสบการณ์เดิมของแพทย์และเภสัชกรแผนโบราณ หรือประชาชนที่เคยรู้และเคยใช้กันมาตั้งแต่อดีตเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยว่า ในพืช สัตว์ หรือแร่ธาตุนั้นๆ มีสารเคมีอะไรจึงมีสรรพคุณตามที่คนโบราณกล่าวไว้ โดยนำมาทดลองทั้งด้านเภสัชวิทยาและทางคลีนิค คือ ทดลองใช้กับสัตว์และคนที่เจ็บป่วย

           สมุนไพรแผนโบราณในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

           คือ สมุนไพรไทยแผนโบราณ และสมุนไพรจีนแผนโบราณ

           สมุนไพรไทยแผนโบราณ คือ สมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศไทยและบางชนิดก็ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งแพทย์และเภสัชกรไทยแผนโบราณนำมาปรุงเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสำอาง สำหรับป้องกัน รักษาโรค บำรุงสุขภาพ รักษาโรค บำรุงสุขภาพ หรือเสริมสวย ตามทฤษฎี หรือหลักวิชาของแพทย์และเภสัชกรรมไทยแผนโบราณ

           สมุนไพรจีนแผนโบราณ คือ สมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศจีน ที่แพทย์และเภสัชกรจีนแผนโบราณนำมาปรุงเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสำอาง สำหรับป้องกัน รักษาโรค บำรุงสุขภาพ หรือเสริมสวย ตามทฤษฎีหรือหลักวิชาาของแพทย์และเภสัชกรรมจีนแผนโบราณ

          หลักสรรพคุณสมุนไพรไทย เราจะทราบว่า สมุนไพรชนิดใด มีสรรพคุณอย่างไร เราจำเป็นต้องรู้ของสมุนไพรว่ามีรสอะไร ถ้าเรารู้รสของสมุนไพรแล้ว เราก็จะทราบสรรพคุณของมัน เพราะรสของสมุนไพรจะแสดงสรรพคุณเอาไว้ รสของสมุนไพรแบ่งออกเป็น 9 รส คือ

           1. รสฝาด ชอบสมาน ใช้สมานแผล แก้บิด คุมธาตุ แก้ท้องเสีย
           2. รสหวาน ซึบซาบไปตามเนื้อ ทำให้ร่างกายชุ่มชื้น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย ทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ
           3. รสเมาเบื่อ แก้พิษ แก้พยาธิ แก้สัตว์กัดต่อย ขับพยาธิ แก้โรคผิวหนัง
           4. รสขม แก้ทางโลหิตและดี แก้ไข้ เจ็บคอ ร้อนใน กระหายน้ำ เจริญอาหาร
           5. รสเผ็ดร้อน แก้ลม บำรุงธาตุ ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร
           6. รสมัน แก้เส้นเอ็น บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อยร่างกาย แก้ไขพิการ แก้ปวดเข่าปวดข้อ
           7. รสหอมเย็น ทำให้ชื่นใจ บำรุงหัวใจ ชูกำลัง แก้อ่อนเพลีย แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ
           8. รสเค็ม ซึบซาบไปตามผิวหนัง รักษาโรคผิวหนัง รักษาเนื้อไม่ให้เน่า แก้ประดง ลมพิษ
           9. รสเปรี้ยว กัดเสมหะ แก้เสมหะพิการ แก้ไอ ช่วยให้ระบายขับถายเมือกมัน แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิต ทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : countyherb.th.gs ,expert2you.com

Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a Comment